posttoday
กต.แจงมะกันขอใช้อู่ตะเภาตั้งฐานตรวจสภาพอากาศ

กต.แจงมะกันขอใช้อู่ตะเภาตั้งฐานตรวจสภาพอากาศ

11 มิถุนายน 2555

บัวแก้วเผยสหรัฐฯยังไม่ได้ใช้อู่ตะเภาปฏิบัติภารกิจต้องรอไทยอนุมัติ เชื่อผลวิจัยสภาพอากาศนาซ่าส่งผลดีในอนาคต

บัวแก้วเผยสหรัฐฯยังไม่ได้ใช้อู่ตะเภาปฏิบัติภารกิจต้องรอไทยอนุมัติ เชื่อผลวิจัยสภาพอากาศนาซ่าส่งผลดีในอนาคต

นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า การจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ หรือ “เอชเอดีอาร์” (Humanitarian Assistance and Disaster Relief) และโครงการการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพอากาศ หรือ เอสอีเอซี 4 อาร์เอส (Southeast Asia Composition, Cloud and Climate Coupling Regional Study) โดยองค์กรบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ ประเทศสหรัฐ หรือ นาซ่า ได้ขอใช้สนามบินอู่ตะเภาของประเทศไทยเป็นฐานปฏิบัติการ ว่า เป็นคนละโครงการกันโดยสิ้นเชิง

นายธานี กล่าวว่า โครงการเอชเอดีอาร์ ได้รับการริเริ่มโดยรัฐบาลไทย ในสมัยที่นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยได้เสนอแนวคิดนี้ในการประชุมอาเซียน-สหประชาชาติ ครั้งที่ 3 ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อ 29 ต.ค. 53 เนื่องจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีแนวโน้มการประสบภัยพิบัติเพิ่มขึ้น และประเทศไทยมักถูกขอใช้เป็นศูนย์กระจายความช่วยเหลือบ่อยครั้ง เพราะตั้งอยู่ศูนย์กลางของภูมิภาค จึงเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศในภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการหารือระหว่างทางการไทยและสหรัฐ ยังไม่มีข้อสรุป ว่าจะต้องมีการใช้สนามบินอู่ตะเภาด้วย

ส่วนการขอใช้สนามบินอู่ตะเภาขององค์การนาซ่านั้น เพื่อใช้เป็นสถานีวิจัยและเก็บตัวอย่างอากาศในช่วงเดือนส.ค.-ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นฤดูมรสุม ภายใต้โครงการเอสอีเอซี 4 อาร์เอส โดยนาซ่าจะต้องขออนุญาตบินผ่านน่านฟ้าของไทยทุกครั้ง โดยขอบเขตน่านฟ้าที่นาซ่าระบุไว้ครอบคลุม 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา และสิงคโปร์ ซึ่งทั้งสองประเทศไม่ได้คัดค้าน ทั้งนี้ เมื่อปี 2544 นาซ่าเคยใช้สนามบินในฮ่องกง และญี่ปุ่น เพื่อดำเนินการในลักษณะนี้มาแล้ว และไม่ได้มีการถ่ายภาพใดๆ

อย่างไรก็ตาม นาซ่าได้เสนอเรื่องขอใช้สนามบินอู่ตะเภามาให้ฝ่ายไทยพิจารณาตั้งแต่เดือนมี.ค. 54 เพราะเป็นสนามบินที่มีความเพรียบพร้อม และไทยตั้งอยู่ในศูนย์กลางของภูมิภาค ทางกระทรวงการต่างประเทศจึงร่วมประชุมกับหน่วยงานความมั่นคงและด้านวิทยาศาสตร์ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 5 ครั้ง จัดโดยกระทรวงการต่างประเทศ 4 ครั้ง และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ 1 ครั้ง

ทั้งนี้ เห็นพ้องกันว่า การวิจัยดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ให้กับวงการอุตุนิยมวิทยาและการพยากรณ์อากาศ ถือเป็นการลดตวามเสี่ยงต่อภัยพิบัติในภูมิภาคระยะยาว โดยให้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ สทอภ. ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโครงการดังกล่าวควบคู่ไปกับนาซ่า นอกจากนี้ จะมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กองบินเกษตร และสำนักฝนหลวง เพราะว่าทั้งเครื่องบินและนักวิจัย จะมีทั้งฝ่ายสหรัฐและไทย ดำเนินการร่วมกัน ซึ่งขณะนี้เรื่องดังกล่าวถูกเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว อยู่ในช่วงรอบรรจุวาระ

“หากได้รับความเห็นชอบจากครม.แล้ว จะต้องมีการจัดทำหนังสือสัญญาระหว่างกัน ในรูปแบบของการแลกเปลี่ยนหนังสือ ซึ่งทางกระทรวงต่างประเทศได้พิจารณาแล้วว่าต้องได้รับความเห็นชอบจากครม. แต่ไม่เข้าข่ายมาตรา 190 วรรค 2 ที่ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา เพราะไม่เกี่ยวข้องต่ออธิปไตยของไทย”นายธานี กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์