
ทลายแก๊งโกงสอบตร.รายใหญ่อีสาน
ตำรวจโคราชจับกุม 5 ผู้ต้องหาแก๊งโกงสอบตำรวจรายใหญ่อีสาน พร้อมของกลางอุปกรณ์การส่งสัญญาณและเงินสดกว่า 10 ล้านบาท
ตำรวจโคราชจับกุม 5 ผู้ต้องหาแก๊งโกงสอบตำรวจรายใหญ่อีสาน พร้อมของกลางอุปกรณ์การส่งสัญญาณและเงินสดกว่า 10 ล้านบาท
กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 แถลงผลจับกุมขบวนการโกงข้อสอบการสอบคัดเลือกบุคคลภายนอกเพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ยศสิบตำรวจตรี ได้ผู้ต้องหารวม 5 ราย คือ นางเตือนใจ พงษ์พันธ์ อายุ 45 ปี บ้านเลขที่ 555 / 37 หมู่ที่ 10 ต.โพธิ์ อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ นายธนากร วิเศษ อายุ 36 ปี นางศตพร วิเศษ อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 49 หมู่ 9 ต.หนองไฮ อ.อุทุมพรวิสัย จ.ศรีสะเกษ นายปัญญาศักดิ์ นิลเพ็ชร อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 103 หมู่ 5 ต.ศรีแก้ว จ.ศรีสะเกษ และนายสมชาย แสงทอง อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 2 / 1 หมู่ที่ 4 ต.ลิ้นฟ้า อ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ พร้อมเงินสดที่เรียกรับเงินจากผู้สมัครเข้าสอบคัดเลือกกว่า 10 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังได้ยึดเอกสารประจำตัวผู้สมัครสอบ วิทยุสื่อสารติดซิมโทรศัพท์ที่ใช้เป็นตัวกระจายสัญญาณ 2 เครื่องแผงวงจรอิเล็คทรอนิกส์ตัวรับสัญญาณที่ยึดได้จากตัวผู้สมัครเข้าสอบแข่งขันจำนวน 22 ชุด หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา สามารถตรวจยึดได้จากตัวผู้สมัครเข้าสอบก่อนที่จะเข้าห้องสอบตามสนามสอบต่างๆทั่วจังหวัดนครราชสีมา รวม 20 คน
ตลอดทั้งยังสามารถจับกุมผู้ที่ปลอมแปลงบัตรประชาชนเพื่อเข้าสอบแทนบุคคลคนอื่นได้อีก 1 ราย คือนายสิรภพ ทองรับแก้ว อายุ 19 ปี บ้านเลขที่ 86/252 หมู่ที่ 2 แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพ โดยแจ้งข้อกล่าวหาปลอมและใช้บัตรประจำตัวประชาชนปลอม
พล.ต.ต.จักรทิพย์ โหละสุตสกุล รองผู้บัญการตำรวจภูธรภาค 3 กล่าวว่า ขบวนการดังกล่าวถือเป็นขบวนการทุจริตสอบเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจรายใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจับกุมมา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วการจับกุมที่ผ่านๆในการทุจริตการสอบคัดเลือกบรรจุข้าราชการตำรวจและข้าราชการต่างๆจะสามารถจับได้เพียงผู้ที่เป็นผู้สอบเท่านั้น ส่วนตัวผู้กระจายสัญญาณหรือส่งสัญญาณไม่สามารถจับกุมได้ แต่มาครั้งนี้สามารถจับกุมได้เกือบทั้งขบวนการ
ส่วนวิธีการนั้นจะใช้การสั่นของตัวรับสัญญาณเป็นรหัสเพื่อบอกข้อสอบ ซึ่งจะมีเทคนิคเฉพาะในการบอกข้อสอบแต่ละชุด โดยข้อสอบจะมีทั้งหมด 8 ชุด แต่ละชุดจะเป็นข้อสอบเดียวกัน เพียงแต่สลับข้อสอบแต่ละวิชาไม่เหมือนกัน ซึ่งถือเป็นวิธีการเดิมที่นำมาใช้ในการสอบแทบทุกครั้ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่ยังคงหลงเหลืออยู่ให้ได้โดยเร็วที่สุด







