
เขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำเหนือ
สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้เริ่มคลี่คลาย แต่ด้านภาคเหนือกลับน่าวิตก กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้เริ่มคลี่คลาย แต่ด้านภาคเหนือกลับน่าวิตก กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ช่วงวันที่ 10-13 มิ.ย. ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศพม่าและลาวตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน หลังจากนั้นช่วงวันที่ 14-16 มิ.ย. ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทยและอ่าวไทย ทำให้ไทยบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน มีฝนกระจาย 60-70% ของพื้นที่
ในระยะนี้ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำในพื้นที่ภาคเหนือเริ่มมากขึ้น แม้เขื่อนขนาดใหญ่จะยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่าครึ่งของความจุ แต่สำหรับเขื่อนชลประทานขนาดเล็ก ซึ่งระดับน้ำเกือบเต็มความจุจำเป็นต้องเร่งปล่อยน้ำเพิ่มขึ้น
มงคล สุภากาย ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสุโขทัย เปิดเผยว่า จำเป็นต้องระบายน้ำจากเขื่อนบ้านหาดสะพานจันทร์ เนื่องจากยังมีน้ำจาก จ.แพร่ ไหลลงมาสมทบอีกจำนวนมาก โดยจะระบายออกทางแม่น้ำยมสายหลักเท่านั้น เพื่อมิให้กระทบต่อพื้นที่การเกษตร โดยแจ้งเตือนราษฎรที่อาศัยอยู่สองฝั่งแม่น้ำยมในพื้นที่ อ.สวรรคโลก อ.ศรีสำโรง และ อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย ให้พร้อมรับสถานการณ์แล้ว
ด้าน ฎรงศ์กร สมตน ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า ต้องระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับน้ำจากลุ่มน้ำตอนบน เนื่องจากมีฝนตกหนักและปริมาณน้ำท่วมตามธรรมชาติในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น
“แม้การระบายน้ำเพิ่มขึ้นจะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เพิ่มขึ้นแต่จะไม่ทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่งอย่างแน่นอน” ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 12 ยืนยัน
ทั้งนี้ เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 9 มิ.ย. เกิดน้ำป่าไหลเข้าท่วมพื้นที่ อ.ลอง จ.แพร่ ทำให้รางรถไฟบริเวณหมู่ 3 ต.บ้านปิน ถูกกัดเซาะเสียหาย ต้องหยุดเดินรถชั่วคราวและได้ซ่อมรางเสร็จในช่วงบ่ายวันที่ 10 มิ.ย.
นอกจากนี้ กระแสน้ำยังทำให้สะพานคอนกรีตยาว 20 ม. ซึ่งเชื่อมต่อบ้านแม่เกี่ยมและแม่จองไฟ ต.ห้วยอ้อ อ.ลอง ขาดหายไปหมด รวมทั้งถนนสายวัดสะแล่ง ต.ห้วยอ้อ ถูกน้ำเซาะขาดไปกว่า 30 ม.
ด้านพื้นที่ภาคใต้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ระนอง และพังงาเริ่มคลี่คลายและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนที่ จ.สุราษฎร์ธานี ตรัง กระบี่ แม้ปริมาณฝนจะลดน้อยลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงดินถล่มและพื้นที่ริมแม่น้ำลำคลองที่อาจเอ่อล้นตลิ่ง
สำหรับเส้นทางคมนาคมที่ถูกตัดขาด เจ้าหน้าที่จะเร่งสร้างสะพานแบริงเพื่อให้ได้สัญจรไปมาเป็นการชั่วคราวไปก่อน







