posttoday
เปิดโรดแมปขจัดทุจริต ล้างคอร์รัปชัน เริ่มที่(หน่วยงาน)ตัวเองก่อน

เปิดโรดแมปขจัดทุจริต ล้างคอร์รัปชัน เริ่มที่(หน่วยงาน)ตัวเองก่อน

11 มิถุนายน 2555

การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันนับเป็นนโยบายอันดับแรกที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

โดย...ปริญญา ชูเลขา

การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันนับเป็นนโยบายอันดับแรกที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เริ่มต้นด้วยการสั่งการให้ทุกหน่วยงาน 157 หน่วยงาน 76 จังหวัด ให้ความร่วมมือในการทำงานปราบปรามการทุจริต อีกทั้งให้นำผลงานปราบคอร์รัปชันมาเป็นตัวชี้วัดในการแต่งตั้งโยกย้ายและประเมินผลงานอีกด้วย

ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ระบุว่า ในฐานะซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญในการประเมินผลงานโครงสร้างข้าราชการทั้งระบบและเป็นเจ้าภาพตามยุทธศาสตร์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันแห่งชาติ ก.พ.ร.จึงได้จัดกระบวนงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมกับทำหน้าที่ประเมินผลงานทุกส่วนราชการเพื่อนำไปสู่การพัฒนาองค์การเพื่อสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน

ทศพร ย้ำว่า ว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องมาดูแลปัญหาการทุจริตอย่างจริงจัง เพราะปัญหาดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นของประเทศ

“การจัดลำดับในระดับสากล ประเทศไทยไม่ดีขึ้นเลยและหากเป็นอย่างนี้ต่อไปทำให้ความมั่นใจและสถานะภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาโลกถดถอยลง จะเกิดความไม่ไว้วางใจในการบริหารราชการแผ่นดินอีกด้วยหากปัญหาคอร์รัปชันยังสะสมอยู่อย่างนี้” ทศพร กล่าว

เลขาธิการ ก.พ.ร.ชี้ว่า สิ่งแรกที่ต้องทำคือการปลุกจิตสำนึกที่ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจิตสำนึกเปรียบเหมือนโครงสร้างพื้นฐานทางพฤติกรรมในการบริหารราชการแผ่นดินที่จะต้องมีการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้ตระหนักถึงผลประโยชน์ของประชาชนและสังคมมากขึ้น จะมีการรณรงค์เรื่องนี้อย่างหนักโดยเฉพาะในภาคส่วนราชการที่จะลุกขึ้นมาปัดกวาดบ้านของตัวเอง

เปิดโรดแมปขจัดทุจริต ล้างคอร์รัปชัน เริ่มที่(หน่วยงาน)ตัวเองก่อน

 

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงให้แต่ละส่วนราชการพัฒนาหน่วยงานของตัวเอง โดยมอบหมายให้ทุกหน่วยงานภาครัฐนำเสนอโครงการที่สามารถสร้างความโปร่งใสในการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน โดยหากถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีปัญหาทุจริตคอร์รัปชันเรื่องใดมากที่สุด ก็ให้หยิบเรื่องนั้นขึ้นมาแก้ไข และให้เสนอโครงการหรือแนวทางการป้องปรามทุจริตให้รัฐบาลภายใน 1 เดือน

“เบื้องต้น แต่ละหน่วยงานต้องเขียนแผนงานว่างานใดที่ประชาชนเดือดร้อนมากที่สุด ให้นำมาแก้ไขพร้อมจัดทำแนวทางแก้ไขด้วยการให้จัดทำกระบวนการทำงานใหม่ให้โปร่งใสขึ้น เช่น กระทรวงพาณิชย์ งานกรมส่งเสริมการส่งออกที่ถูกมองว่าการออกบูธแสดงสินค้าต่างๆ ต้องใช้เส้นสายจึงจะเข้าร่วมโครงการได้ หรือกรณีกองทัพบกที่เกี่ยวกับการคัดเลือกการเกณฑ์ทหาร เป็นต้น ดังนั้นจะต้องดึงงานเหล่านี้ขึ้นมาปรับแก้ให้เกิดความโปร่งใส” ทศพร กล่าว

ทั้งนี้ หลังจากที่แต่ละหน่วยงานเสนอแผนแก้ปัญหาการทุจริตมาแล้ว จะมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาแผนงานว่าเหมาะสมหรือไม่อย่างไร รวมทั้งพิจารณาจัดลำดับความสำคัญว่าควรทำเรื่องใดก่อนหลัง และเมื่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาเห็นชอบแล้ว จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีคำสั่งให้ทุกหน่วยงานเริ่มดำเนินการพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. นี้

ตัวอย่างเช่น กรมศุลกากรที่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลการนำเข้า อาจจะเสนอให้มีการนำระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยมาใช้เพื่อป้องกันโอกาสทุจริตคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่ กรมขนส่งทางบกที่จัดทำใบขับขี่ จะต้องไม่ให้มีการจ่ายใต้โต๊ะหรือจ่ายเงินให้หน้าม้าเพื่อให้ได้ใบอนุญาตใบขับขี่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย

“หรือกรณีที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจ หรือดุลพินิจของหน่วยงานที่คลุมเครืออาจก่อให้เกิดช่องทางการทุจริตคอร์รัปชันได้ต้องมีการจัดตั้งกลไกเพื่อดูแลไม่ให้เกิดการทุจริตเช่นกัน” ทศพร กล่าว

นอกจากนี้ ในบางกรณีที่หน่วยงานต้องใช้งบประมาณหรือการฝึกอบรม ทั้งหมดมีเป้าหมายไม่ให้มีการจ่ายเงินค่าน้ำร้อนน้ำชาหรือเงินใต้โต๊ะอีกต่อไป ก็ต้องปรับระบบงานด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้หรือการปรับขั้นตอนการทำงานให้เกิดความโปร่งใส

ทศพร กล่าวว่า หลังจากแต่ละหน่วยงานกำหนดกระบวนงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดทุจริตคอร์รัปชัน ในวันที่ 1 ก.ค.แล้ว จะมีการประเมินผลงานทุก 3 เดือน ด้วยการแถลงผลงานให้ประชาชนได้รับทราบ เช่น จากเดิมเคยถูกร้องเรียนวันละร้อยกว่าราย แต่หลังจากได้เข้าโครงการแล้วปัญหาการร้องเรียนเริ่มลดลง ตัวเลขเหล่านี้จะนำไปสู่การประเมินผลต่อไป

อย่างไรก็ตาม ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันใหญ่และสลับซับซ้อนมาก การแก้ปัญหาย่อมลำบาก ดังนั้นจะเลือกเฉพาะเรื่องสำคัญๆ มาดำเนินการก่อนโดยเฉพาะความเดือดร้อนของประชาชน หรือการทุจริตที่สร้างต้นทุนเพิ่มให้กับภาคเอกชนนักธุรกิจ เช่น การจ่ายเงินใต้โต๊ะ รีดไถ ส่วนปัญหาทุจริตคอร์รัปชันภายในองค์กรภาครัฐ เช่น การแต่งตั้งโยกย้าย จะหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาในรอบสองของการดำเนินการในปีถัดไป

“ปีที่ 2 ที่จะขยายผลการจัดการปัญหาในมิติอื่นๆ เพราะถ้าทำทุกอย่างพร้อมกันจะไม่เป็นจุดสนใจ ส่วนการลงโทษหน่วยงานอย่างจริงจังในกรณียังพบการทุจริตคอร์รัปชันอยู่ จะมีหน่วยงานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานคณะกรรมการปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาร่วมเป็นพันธมิตรในการทำงานหรือเปิดให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วม เพราะต่อไปการจัดซื้อจัดจ้างต้องเปิดข้อมูลอย่างกว้างขวาง อาจจะให้ภาคประชาชนเข้ามาร่วมเป็นกรรมการในการจัดซื้อจัดจ้างร่วมด้วย และยังต้องมีระบบติดตามหรือวอร์รูม ที่ตั้งอยู่ ป.ป.ท. สายด่วน 1206 ที่รับเรื่องราวร้องเรียนการทุจริตในภาครัฐ” เลขาธิการ ก.พ.ร. กล่าว

เลขาธิการ ก.พ.ร.ชี้ว่า การปรับกระบวนการงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องใหญ่มีผลกระทบสูงและประชาชนเดือดร้อนอย่างมาก เมื่อทำสำเร็จจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อการปราบปรามการทุจริต

แต่ประชาชนจะเชื่อมั่นได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ทุกหน่วยงานราชการต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นภายในภาครัฐเองก่อน

“ถ้าไม่อยากให้สังคมหรือภาคเอกชนมาชี้นิ้วระบบราชการว่าเราไม่สะอาด คนที่จะรู้ดีที่สุดว่าเราสกปรกตรงไหนหรือตัวเราไม่สะอาดตรงไหน คือ หน่วยงานเราเอง ดังนั้นหน่วยงานก็ต้องลุกขึ้นมาเป็นตัวนำเพราะรู้อยู่แล้วว่าจุดนี้มีการโกงกินกันเยอะ มีปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันกันเยอะ หากข้าราชการลุกขึ้นมาแก้ปัญหาการทุจริตในหน่วยงานตัวเองก่อน จะทำให้โอกาสประสบสำเร็จสูงขึ้น ขณะที่ทางรัฐบาลก็พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนแปลง” ทศพร กล่าว

ทศพร ทิ้งท้ายว่า ข้าราชการเองก็รู้สึกอึดอัดที่ถูกสังคมจับตามองว่าเป็นตัวก่อเกิดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันแต่อยู่ที่ว่ารัฐบาลเอาด้วยหรือไม่ ดังนั้นเมื่อนายกรัฐมนตรีสนับสนุนเต็มที่ โอกาสนี้จะเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้ส่วนราชการกล้าแก้ไขการทุจริต

 

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69