
ปตท.เตรียมเปิดคลังเก็บแอลเอ็นจีเฟส2ปี’57
คลังแอลเอ็นจีเฟส 2 ปตท.เสร็จก่อนกำหนด 1 ปี พร้อมเปิดใช้คลังแอลเอ็นจีได้ถึง 5 ล้านตัน/ปี
คลังแอลเอ็นจีเฟส 2 ปตท.เสร็จก่อนกำหนด 1 ปี พร้อมเปิดใช้คลังแอลเอ็นจีได้ถึง 5 ล้านตัน/ปี
นายพีระพงษ์ อัจฉริยชีวิน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า โครงการสถานีรับก๊าซธรรมชาติเหลว (คลังแอลเอ็นจี) ระยะที่ 2 ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จะใช้เงินลงทุน 2.5 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการนำเข้าแอลเอ็นจีอีก 5 ล้านตัน/ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จเริ่มเปิดให้บริการได้ในปี 2557 เร็วขึ้นกว่าที่คาดไว้จะเสร็จในปี 2558 และเมื่อรวมกับเฟสแรกที่ได้เปิดดำเนินการไปแล้ว จะทำให้มีคลังแอลเอ็นจีรองรับการนำเข้าเป็น 10 ล้านตัน/ปี
การจัดหาแอลเอ็นจีเพื่อนำมาใช้ในประเทศ ขณะนี้ได้ตกลงเบื้องต้นซื้อขายกับประเทศกาตาร์ 2 ล้านตัน ส่วนอีก 3 ล้านตัน อยู่ระหว่างจัดหาในสัญญาระยะยาว เริ่มเจรจากับแหล่งแอลเอ็นจีในออสเตรเลีย สหรัฐ และแอฟริกา จะได้ข้อสรุปในปีนี้
นอกจากนี้ ในอนาคตยังมีแผนสร้างคลังแอลเอ็นจีแห่งที่ 2 เพื่อรองรับความต้องการใช้ก๊าซที่จะเพิ่มอีก 5 ล้านตัน/ปี เพื่อให้สอดคล้องกับแผนผลิตไฟฟ้าของประเทศที่ยังใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าระยะยาว ซึ่งยังมีเวลาอีก 45 ปี ในการหาพื้นที่ที่เหมาะสม เพราะในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดไม่มีพื้นที่เหลือให้ดำเนินการได้อีกแล้ว
ทั้งนี้ ปัจจุบัน ปตท.ได้วางแผนจัดหาก๊าซธรรมชาติในแหล่งต่างๆ ดังนี้ 1.แหล่งบงกชใต้ในอ่าวไทย มีกำลังผลิต 330 ล้านลูกบาศก์ฟุต (ลบ.ฟุต)/วัน คาดว่าจะเข้าระบบในเชิงพาณิชย์ได้ในเดือน มิ.ย. 2555 2.แหล่งซอติก้าในอ่าวเมาะตะมะ อยู่ในโครงการ M9 ของพม่า จะจ่ายก๊าซเข้าไทย 240 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน จากกำลังผลิตทั้งหมด 300 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน คาดว่าจะเริ่มผลิตก๊าซได้ในปี 2556 ซึ่งมีปริมาณสำรองพิสูจน์แล้วขั้นต้น 1.4 ล้านล้าน ลบ.ฟุต/วัน
“ปตท.คงต้องเร่งเรื่องการจัดก๊าซให้เพียงพอ เพราะแหล่งก๊าซในประเทศคงมีให้ใช้ได้อีกไม่นาน ทางเลือกใหม่คือต้องนำเข้าแอลเอ็นจีมาใช้เท่านั้นและต้องยอมรับว่ากำลังเป็นที่ต้องการทั่วโลก ส่งผลให้บางช่วงเกิดการแข่งขันด้านราคา ในขณะที่หากซื้อมาในราคาแพงก็จะกระทบกับต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของประเทศ จึงพยายามที่จะบริหารจัดหาการซื้อขายในสัญญาระยะยาวเพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสมมากกว่า” นายพีระพงษ์ กล่าว







