posttoday
บช.ศ.ติวเข้มภารกิจ ปั้นตำรวจไทยสู่อาเซียน

บช.ศ.ติวเข้มภารกิจ ปั้นตำรวจไทยสู่อาเซียน

09 มิถุนายน 2555

ตำรวจไทยจะต้องมีความพร้อมทุกด้าน เพื่อรองรับประชาคมอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า

โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ

“ตำรวจไทยจะต้องมีความพร้อมทุกด้าน เพื่อรองรับประชาคมอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า ในฐานะที่หน่วยของผมต้องเป็นตัวเอกในการวางยุทธศาสตร์ด้านการศึกษา ด้านการอบรมของตำรวจไทยให้พัฒนาอย่างดีที่สุด”

นี่คือคำมั่นที่เปี่ยมไปด้วยความหวังของ พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้บัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบช.ศ.) สำหรับการวางแผน 4 ยุทธศาสตร์หลักเพื่อเตรียมความพร้อมตำรวจไทยรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558

พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ ระบุว่า ตำรวจไทยต้องปรับตัวให้มากขึ้น เพื่อให้มีความพร้อมสำหรับประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะปัญหาด้านความมั่นคงและอาชญากรรมที่จะตามมาควบคู่กัน ดังนั้น บช.ศ.ต้องศึกษาข้อมูลให้รอบด้านเพื่อวางยุทธศาสตร์อบรม วางแผนการศึกษาให้กับนักเรียนตำรวจทุกระดับ ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับแนวโน้มในอนาคต

4 ยุทธศาสตร์ที่ บช.ศ.วางไว้ คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 มุ่งเน้นด้าน “ภาษาอังกฤษ” ที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับตำรวจไทย ทั้งรูปแบบการสนทนาในชีวิตประจำวันและใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ที่ต้องสามารถทัดเทียมกับเพื่อนสมาชิกทั้ง 10 ประเทศได้ รวมถึงต้องเรียนรู้ภาษาท้องถิ่นของแต่ละประเทศสมาชิกด้วย

ยุทธศาสตร์ที่ 2 ต้องมีการจัดกิจกรรม หรือโครงการที่เป็นกลไกเพื่อสร้างความกลมกลืนระหว่างตำรวจไทยกับตำรวจในประเทศสมาชิก เพื่อลดภาวะการแบ่งแยก มุ่งเน้นด้านภาษา วัฒนธรรมและศาสนา

บช.ศ.ติวเข้มภารกิจ ปั้นตำรวจไทยสู่อาเซียน

ยุทธศาสตร์ที่ 3 สร้างกลยุทธ์พร้อมผลักดันให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างตำรวจในประเทศสมาชิกและตำรวจไทย เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน พร้อมสร้างเครือข่ายทางวิชาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันเพื่อใช้ประโยชน์ดังกล่าวในการทำงานในอนาคต รวมถึงการจัดให้ดูงานแลกเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ซึ่งกันและกัน ลักษณะคล้ายกับนักเรียนแลกเปลี่ยน

และยุทธศาสตร์ที่ 4 การจัดทำโครงการพัฒนาฝึกทักษะภาษาอังกฤษและภาษาเพื่อนบ้านในประเทศกลุ่มอาเซียนให้กับตำรวจไทย ซึ่งขณะนี้กำลังจัดทำโครงการต้นแบบขึ้น เผื่อหน่วยงานอื่นอาจนำไปใช้ต่อยอดได้

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่น่ากังวลไม่น้อยสำหรับแม่งานอย่าง ผบช.ศ. หนีไม่พ้นเรื่องของงบประมาณ ที่อาจจะเป็นตัวแปรหลักทำให้เกิดการพัฒนาของตำรวจไทยต้องชะงักลง

“การอบรมตำรวจไทย หรือการเทรนนิงต้องมีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ตำรวจก้าวทันอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ ที่พัฒนาไปเรื่อย โจรผู้ร้ายก็ไม่ใช่โจรตามบ้านเรือนตามท้องนา แต่เป็นโจรที่รู้จักใช้เทคโนโลยี เราต้องตามให้ทัน แต่จากประสบการณ์ของผมพบว่างบประมาณในการฝึกอบรมของตำรวจมีน้อยมาก ทำให้การจัดอบรมก็น้อยตามลงไปด้วย” พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ กล่าว

ผบช.ศ.ยกตัวเลขให้เห็นชัดๆ ว่า สถิติตำรวจชั้นประทวน 100 นาย จะมีตำรวจที่ได้รับการอบรมในหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งเพียงแค่ 2 นายเท่านั้น ขณะที่ชั้นสัญญาบัตรก็อัตราส่วนเดียวกัน

แต่สำหรับในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์นี้ พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ ชี้ว่าถือว่าโชคดี ที่รัฐบาลชุดนี้ไม่ตัดงบประมาณการฝึกอบรมของตำรวจออกไป ถือเป็นครั้งแรกที่ บช.ศ.ได้รับงบประมาณอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยตามที่ขอไป แต่ก็ยังถือว่าน้อยกว่าประเทศเพื่อนสมาชิกในอาเซียนด้วยกัน

“พวกเขาให้ความสำคัญกับตำรวจมาก ตั้งงบประมาณอบรมถึง 30-40% ต่อปี ของงบประมาณพัฒนาตำรวจ” พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ หน่วยที่ต้องได้รับการอบรมทั้ง 4 ยุทธศาสตร์ข้างต้น เพื่อรองรับประชาคมอาเซียนก่อนหน่วยงานอื่น คือ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจภูธรที่มีพื้นที่ตามตะเข็บชายแดนติดกับเพื่อนบ้าน รวมถึงโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เพราะหน่วยเหล่านื้ถือเป็นหน้าด่านที่ต้องได้รับการอบรมพัฒนาให้พร้อมรับมือการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แต่ที่จำเป็นคือต้องเพิ่มเนื้อหาสาระให้ทันกับสภาพสังคมในปัจจุบัน ทันต่อคนร้าย ทั้งหลักสูตรระยะสั้นและระยะยาว

นอกจากนี้ แผนที่วางไว้ในการอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจของ บช.ศ. นั้น พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ ระบุว่า ต้องเป็นหลักสูตรระยะสั้นเพื่อเพิ่มจำนวนตำรวจให้มีโอกาสเข้ารับการอบรมมากขึ้น โดยปัจจุบันหลักสูตรการอบรมของตำรวจมีอยู่ 4 หลักสูตร คือ หลักสูตรสารวัตร หลักสูตรผู้กำกับการ หลักสูตรบริหารชั้นสูง หรือที่เรียกว่าโรงเรียนผู้การ และหลักสูตรฝ่ายอำนวยการ รวมถึงยังมีหลักสูตรพิเศษ หรือหลักสูตรระยะสั้นให้ทันต่อสถานการณ์

ตามปกติจะใช้เวลาอบรมประมาณ 4-5 เดือน แต่จากนี้จะต้องร่นระยะลงมาเหลือ 1 เดือน

“สำหรับประชาคมอาเซียน ตำรวจไทยต้องทัดเทียมกับเพื่อนบ้าน แต่การอบรมตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้จะได้ผลหรือไม่นั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับตำรวจ ว่าจะ “เอา” ด้วยหรือไม่ เพราะทุกวันนี้ตำรวจไทยมีภารกิจหน้าที่เยอะ ประกอบกับหลายนายมีอายุมากขึ้น ทำให้การเรียนรู้อาจจะถูกจำกัด ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ตำรวจไทยต้องทำ ต้องได้รับการอบรมระยะสั้นที่ต้องเห็นภาพ คือ เรื่องของภาษาอังกฤษ สามารถสนทนาได้ จากนั้นจึงค่อยเพิ่มหลักสูตรหรือองค์ความรู้อื่นๆ เพิ่มเติมเข้าไป” พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท