
จีนกับความร่วมมือด้านความมั่นคงภูมิภาค
ฝูหยิง รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศจีน เขียนบทความชื่อว่า “ความร่วมมือด้านความมั่นคงแห่งเอเชียตะวันออก” ที่สะท้อนถึงจุดยืนของจีนต่อความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ความสำคัญที่จีนและสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) มีต่อกัน ตลอดจนถึงประเด็นด้านทะเลจีนใต้ ลงในหนังสือพิมพ์สเตรทไทมส์ โดยมีใจความสำคัญว่า สิ่งสำคัญที่สุดต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาค คือต้องเป็นความมั่นคงที่มีร่วมกันจากทุกฝ่าย
ฝูหยิง รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศจีน เขียนบทความชื่อว่า “ความร่วมมือด้านความมั่นคงแห่งเอเชียตะวันออก” ที่สะท้อนถึงจุดยืนของจีนต่อความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ความสำคัญที่จีนและสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) มีต่อกัน ตลอดจนถึงประเด็นด้านทะเลจีนใต้ ลงในหนังสือพิมพ์สเตรทไทมส์ โดยมีใจความสำคัญว่า สิ่งสำคัญที่สุดต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาค คือต้องเป็นความมั่นคงที่มีร่วมกันจากทุกฝ่าย
เนื่องจากหากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตกอยู่ในภาวะไม่ปลอดภัยหรือรู้สึกว่าอ่อนแอ อาจจะทำให้ฝ่ายที่ตกอยู่ในภาวะดังกล่าวใช้แนวทางที่ก้าวร้าวเพื่อตอบโต้และจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น เมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัยและถูกกดดันหรือคว่ำบาตรจากอีกฝ่ายมากขึ้น เหมือนดังเช่นกรณีที่เกิดขึ้นบนคาบสมุทรเกาหลี
ส่วนในด้านความสัมพันธ์ที่จีนมีมุมมองต่ออาเซียนนั้น ถือว่าทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นมาก เพราะความสัมพันธ์ของทั้งสองตั้งอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจอันดีต่อกัน มีความไว้วางใจและเคารพผลประโยชน์ร่วมกันโดยที่ไม่มีฝ่ายใดพยายามใช้ลัทธิการครองความเป็นเจ้าหรือครอบงำอีกฝ่าย
ไม่เพียงเท่านั้น จีนและอาเซียนยังมีขอบข่ายความร่วมมือด้านความมั่นคงที่ครอบคลุมในอีกหลายด้าน อาทิ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความมั่นคงเพื่อรับมือต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่อีกด้วย อาทิ การรับมือด้านภัยพิบัติและโรคระบาด
ทั้งนี้ แม้ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจะมีข่าวเกี่ยวกับการที่จีนพัฒนาด้านการทหารอย่างมาก แต่จีนต้องขอชี้แจงว่า ด้วยความที่จีนเป็นประเทศกำลังพัฒนาขนาดใหญ่ จีนจึงต้องเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงที่ซับซ้อนหลากหลายรูปแบบ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จีนจะต้องเพียรพยายามสร้างศักยภาพความเข้มแข็งด้านความมั่นคงให้มากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ จีนเชื่อว่าหากจีนมีขีดความสามารถในการป้องกันตนเองแล้ว สิ่งเหล่านี้จะหวนกลับมาเป็นผลดีต่อความมั่นคงและสันติภาพขึ้นตามมาภายหลัง
ถึงกระนั้น เมื่อกล่าวถึงวัตถุประสงค์ในด้านความมั่นคงของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตามที่จีนต้องการเห็น คือเสถียรภาพความเจริญก้าวหน้าที่จะเกิดขึ้นที่ทั้งในประเทศและมีสันติภาพกับเพื่อนบ้าน ตลอดจนถึงความร่วมมือและการหารือกันกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งสิ่งนี้ได้เกิดขึ้นแล้วดังเห็นได้จากการจัดเวทีการประชุมด้านการเมืองและความมั่นคงแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (เออาร์เอฟ) ที่มีขึ้นตั้งแต่ปี 1994 มาจนถึงปัจจุบัน
ในส่วนประเด็นความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ที่เกิดขึ้นนั้น จีนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นเส้นทางการเดินเรือที่มีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์ต่อการเดินเรือของจีน
อย่างไรก็ตาม จากการที่มีความพยายามเชื่อมโยงประเด็นด้านพรมแดนกับเสรีภาพของการเดินเรือเข้าด้วยกัน เป็นเรื่องที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ขึ้นต่อฝ่ายไหนทั้งสิ้น เพราะความขัดแย้งในด้านพรมแดนจะถูกแก้ไขได้ก็ด้วยประเทศที่เกี่ยวข้องผ่านการเจรจาและความไว้วางใจที่สร้างกันมาต่อเนื่องเท่านั้น
จีนขอย้ำว่าเกาะหวงหยางเป็นของจีน และไม่มีส่วนใดเลยที่เป็นของฟิลิปปินส์ตามที่ทางการฟิลิปปินส์พยายามกล่าวอ้าง
แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น จีนยังคงคาดหวังว่าจีนกับฟิลิปปินส์จะสามารถแก้ไขความขัดแย้งผ่านทางการปรึกษาหารือและความพยายามบากบั่นของทั้งสอง
และสุดท้าย จีนมองว่าอาเซียนคือหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ที่ทั้งสองไม่ได้ผูกพันต่อกันแค่พรมแดนทางภูมิศาสตร์ แต่ยังรวมถึงวัฒนธรรมที่มีร่วมกันอย่างใกล้ชิด ตลอดจนถึงการเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างเอเชียร่วมกัน
ฉะนั้น ทั้งสองควรร่วมมือกันในการสร้างความมั่นคงของภูมิภาคและเรามีพันธะต่อลูกหลานของเรา







