
กนร.ชะลอแผนรถเมล์3พันคัน
นร.สั่งตั้งอนุกรรมการฯ กรองแผนจัดหารถเมล์เอ็นจีวี 3,000 คัน 1.3 หมื่นล้านบาท
นร.สั่งตั้งอนุกรรมการฯ กรองแผนจัดหารถเมล์เอ็นจีวี 3,000 คัน 1.3 หมื่นล้านบาท
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (กนร.) วันที่ 7 มิ.ย. มีมติแต่งตั้งอนุกรรมการ 2 ชุด ได้แก่ อนุกรรมการพิจารณาจัดหารถโดยสารเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม โดย ขสมก.เสนอแผนการฟื้นฟูกิจการ ขสมก. พร้อมทั้งแผนการจัดหารถโดยสาร เพื่อทดแทนรถโดยสารที่มีอายุการใช้งานมานาน 3,183 คัน โดยเสนอจัดหาเป็นรถโดยสารปรับอากาศ 50% และรถโดยสารธรรมดา 50% แต่เพื่อให้การดำเนินการมีความโปร่งใสและรอบคอบ กนร. จึงตั้งอนุกรรมการฯ กลั่นกรองอีกรอบ
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า วิธีการจัดหารถโดยสารไม่ว่าจะเป็นการซื้อ เช่า หรือเช่าซื้อ ไม่เห็นว่าจะเป็นประเด็น เพราะราคาไม่ต่างกันมาก แต่ประเด็นอยู่ที่ว่ามูลค่าในการจัดหารถสูงเกินความเป็นจริงหรือไม่เช่น การจัดหารถโดยสาร 4,000 คันของรัฐบาลบางสมัย มีการตั้งวงเงินไว้สูงถึง 6 หมื่นล้านบาท หรือตกคันละ 1015 ล้านบาท นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ขสมก.ได้เสนอกนร.ให้อนุมัติการจัดหารถโดยสารเอ็นจีวีแทนรถโดยสารที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 3,183 คัน กรอบวงเงิน 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งบอร์ดกนร.ต้องการให้การดำเนินการมีความโปร่งใส จึงมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯขึ้นมาดูเรื่องนี้ ก่อนนำเสนอกนร.อีกครั้งวันที่ 30 มิ.ย.2555
“การจัดหารถเมล์เอ็นจีวี เราเสนอให้ซื้อ แต่จะมีอนุกรรมการฯไปดูอีกครั้งว่าจะชื้อหรือเช่า ขนาดรถเป็นอย่างไร จำนวนเท่าไหร่ และเมื่อดูในรายละเอียดแล้ว เราคิดว่าซื้อดีกว่า”นายชัชชาติกล่าว
สำหรับแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.มีการตั้งอนุกรรมการฯ กลั่นกรองแผนการลดค่าใช้จ่ายองค์กรเช่น การเออรี่รีไทร์พนักงาน ซึ่งขณะนี้มีผู้สมัครใจร่วมโครงการ 2,400 คน การปรับปรุงโครงสร้างหนี้เก่า 7.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะมีการแยกหนี้และสถานะของหนี้ให้ชัดเจนดำเนินการ การจัดตั้งหน่วยธุรกิจเพื่อหารายได้ เช่น นำพื้นที่อู่บางทำเลมาใช้เชิงพาณิชย์







