
พท.ยกคำสั่งศาลรธน.ชี้ชัดยื่นยุบพรรคต่อศาลโดยตรงไม่ได้
เพื่อไทย ยกคำสั่งศาลรธน.ปี49 ชี้ชัดยื่นยุบพรรคต่อศาลโดยตรงไม่ได้ ต้องผ่านอสส.ก่อน 'ฝ่ายค้าน' จี้ อย่าฉวยโอกาสด่าองค์กรอิสระ
เพื่อไทย ยกคำสั่งศาลรธน.ปี49 ชี้ชัดยื่นยุบพรรคต่อศาลโดยตรงไม่ได้ ต้องผ่านอสส.ก่อน 'ฝ่ายค้าน' จี้ อย่าฉวยโอกาสด่าองค์กรอิสระ
เวลา 11.00 น. การประชุมรัฐสภา เพื่อรับทราบคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญกรณีศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 เริ่มเป็นไปอย่างดุเดือดเมื่อฝ่ายค้านเริ่มประท้วงการอภิปรายของสส.พรรคเพื่อไทยที่มีการอภิปรายพาดพิงกล่าวหาการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ
นายวัฒนา เมืองสุข สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2549 ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำสั่งเป็นบรรทัดฐานแล้วว่าการใช้สิทธิ์ของประชาชนเพื่อยื่นยุบพรรคการเมืองต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงในข้อหาล้มล้างการปกครองไม่สามารถกระทำได้เพราะต้องผ่านการพิจารณาของอัยการสูงสุดก่อน ซึ่งเวลานั้นนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ประธานเครือข่ายพลังประชาชนเพื่อประเทศไทย ขอให้สั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์เนื่องจากกระทำการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยหลังจากขอนายกรัฐมนตรีพระราชทานตามมาตรา 7 โดยอาศัยช่องทางตามรัฐธรรมนูญ 2540 มาตรา 63 ซึ่งมีเนื้อหาเดียวกับมาตรา 68 ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
"คำสั่งคุ้มครองของศาลรัฐธรรมนูญตามข้อ 6 ของข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัยพ.ศ.2550 เป็นไปอย่างไม่ถูกต้องเนื่องจากไปอาศัยคำสั่งทางแพ่งตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ทั้งที่คำร้องของผู้ร้องทั้ง 5 คำร้องไม่ได้มีคำขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งคุ้มครองแต่อย่างใด และถึงจะคุ้มครองศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่สามารถทำได้เพราะคำร้องตามมาตรา 68 ไม่ใช่คดีแพ่ง" นายวัฒนา กล่าว
นายวัฒนา กล่าวว่า ขั้นตอนจากนี้ไปประธานรัฐสภาต้องส่งเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 244 เพื่อมีหนังสือไปถึงศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการใช้อำนาจเกินขอบเขตกฎหมายกำหนด และศาลรัฐธรรมนูญต้องเร่งเสนอพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยกข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญที่มีเนื้อหาการใช้อำนาจจนเกินไป
นายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้สส.พรรคเพื่อไทยยุติการอภิปรายกล่าวให้ร้ายศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ เพราะทั้งศาลและองค์กรอื่นๆที่ถูกกล่าวหาไม่ได้มีโอกาสได้ชี้แจงในรัฐสภา จึงอยากให้ยุติพฤติกรรมดังกล่าว







