
เปิดรัฐสภาถกคำสั่งศาลรธน.
เปิดรัฐสภาถกคำสั่งศาลรธน. 'เพื่อไทย' ยันไม่มีผลผูกพันสภา เหตุเป็นเพียงคำสั่ง ด้าน 'ปชป.' ชี้คำสั่งชอบธรรม ไม่รธน.รองรับ
เปิดรัฐสภาถกคำสั่งศาลรธน. 'เพื่อไทย' ยันไม่มีผลผูกพันสภา เหตุเป็นเพียงคำสั่ง ด้าน 'ปชป.' ชี้คำสั่งชอบธรรม ไม่รธน.รองรับ
เวลา 10.30น.นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภาได้เปิดการประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญกรณีศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ทั้งนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย สส.เชียงราย ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 อภิปรายว่า รัฐสภาต้องดำเนินการอะไรบางประการเพื่อให้เกิดบรรทัดฐานเพราะศาลรัฐธรรมนูญจะผูกพันรัฐสภาได้อย่างเดียวก็ต่อเมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 216 ซึ่งกรณีเป็นเพียงคำสั่งศาลเท่านั้น จึงไม่มีผลผูกพันแต่อย่างใด
"ที่ผ่านมาถูกกล่าวหามาตลอดว่ากำลังแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปลี่ยนรูปแบบการปกครองของรัฐทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่ใช่อย่างนั้น เพราะรัฐสภาได้ยึดหลักการที่ถูกต้องมาตลอด ศาลรัฐธรรมนูญจะเข้ามาแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งเป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตยไมได้ ถ้ารัฐสภาไม่ดำเนินการอะไรให้เป็นบรรทัดฐานต่อไปก็เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ต่อไปอีก" นายสามารถ กล่าว
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหนึ่งในผู้ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กล่าวว่า การทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญเพราะอัยการสูงสุดไม่ได้ปฎิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญปล่อยให้เวลาผ่านไปนานมาก และเพิ่งจะมาดำเนินการเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. หากศาลรัฐธรรมนูญไม่มีคำสั่งออกมาก็หมายความว่ารัฐสภาคงได้ลงมติไปแล้ว
"ยืนยันว่าสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญตามมาตรา 68 เป็นของประชาชนส่วนหนึ่งด้วยผ่านการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญนอกเหนือไปจากการยื่นอัยการสูงสุดเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของสภาร่างรัฐธรรมนูญ และการพิจารณาคุ้มครองของศาลรัฐธรรมนูญก็เป็นไปอย่างถูกต้องแล้ว เพราะการใช้อำนาจตามข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัยพ.ศ.2550เพื่อคุ้มครองชั่วคราวถือว่าถูกต้องเนื่องจากในรัฐธรรมนูญมาตรา 300 กำหนดว่าในระหว่างที่ไม่มีพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญให้ศาลรัฐธรรมนูญออกข้อกำหนดใช้เป็นการอนุโลมไปก่อนได้" นายวิรัตน์ กล่าว
นายวิรัตน์ กล่าวว่า รัฐสภาควรชะลอการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ3ออกไปก่อนจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย เพราะในความเป็นจริงถ้ารอการลงมติออกไปประเทศชาติก็ไม่ได้เกิดความเสียหายแต่อย่างใด







