posttoday
แรงงานต่างด้าว

แรงงานต่างด้าว

07 มิถุนายน 2555

เห็นข่าว อองซานซูจี ตระเวนเยี่ยมแรงงานพม่าในประเทศไทยแล้วรู้สึกประทับใจ

โดย...อรุณ จิรชวาลา

เห็นข่าว อองซานซูจี ตระเวนเยี่ยมแรงงานพม่าในประเทศไทยแล้วรู้สึกประทับใจ

อองซานซูจี เป็นผู้นำฝ่ายค้านของพม่า โอกาสจะเป็นผู้นำประเทศในเร็ววันยังมองไม่เห็น แต่ไม่เพียงเฉพาะแรงงานพม่าที่ต้อนรับเธอเสมือนผู้นำตัวจริง ในที่ประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เธอก็เป็นดาวเด่นของงาน บดบังรัศมีของผู้นำชาติอื่นๆ ทุกคน รวมทั้งผู้นำหญิงที่ทั้งสาวกว่าและสวยกว่าของเราด้วย

แม้จะเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ บางๆ แต่ อองซานซูจี ก็มีบุคลิกความเป็นผู้นำระดับชาติเต็มตัว เธอบอกแรงงานพม่าให้รักและเคารพประเทศไทย ที่ซึ่งมาอาศัยและทำมาหาเลี้ยงชีวิต เธอบอกให้พวกเขาตั้งใจทำงานและทำตัวให้ดี อย่าทำลายชื่อเสียงของประเทศ ตลอดจนบอกให้พวกเขาอดทน รอวันกลับไปช่วยพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอน

ผมอยากให้ผู้นำทางการเมืองของเราเอาเทปคำปราศรัยและคำให้สัมภาษณ์ของ อองซานซูจี มาเปิดดูเปรียบเทียบกับเทปคำสัมภาษณ์ของตัวเอง อาจจะทำให้เข้าใจมากขึ้นว่า เหตุใด อองซานซูจี จึงเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก และเหตุใดตนเองจึงยังไม่สามารถไต่ระดับขึ้นไปเทียบชั้นได้

อองซานซูจี ยอมถูกกักบริเวณทั้งๆ ที่ไม่ได้กระทำผิด เธอยอมสูญเสียอิสรภาพในการต่อสู้เพื่อประชาชน แต่ของเรากลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ทำผิดนอกจากจะไม่ยอมติดคุกแล้ว ยังปลุกระดมมวลชนให้ออกมาช่วยปกป้องผลประโยชน์ของตน

กลับมาที่แรงงานต่างด้าวในประเทศไทย ตัวเลขที่แท้จริงผมไม่แน่ใจว่ามีเท่าไร เพราะมีทั้งคนที่จดทะเบียนและมีใบอนุญาตทำงานถูกต้อง คนที่เคยจดทะเบียนแต่ปัจจุบันอยู่อย่างผิดกฎหมาย คนที่หลบหนีเข้ามาและอยู่อย่างผิดกฎหมายมาแต่ต้น ตลอดจนครอบครัวที่ตามมาอยู่ด้วย และลูกหลานที่เกิดใหม่ในประเทศไทย

ตัวเลขประมาณการที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือ 2 ล้านคน ตัวเลขสูงสุดที่ได้ยินคือคนงานบวกครอบครัวและผู้ติดตามรวม 10 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขสูงน่าตกใจ

มี 3 สัญชาติที่กล่าวถึงกันมาก คือ พม่า ลาว และกัมพูชา แต่ส่วนใหญ่เป็นพม่า ในหลายปีหลังแรงงานลาวกับกัมพูชาเข้ามาค่อนข้างน้อย อาจเป็นเพราะทั้งสองประเทศมีประชากรน้อย ปัญหาขัดแย้งภายในก็ไม่รุนแรง จึงไม่ใคร่มีใครเดือดร้อน ต้องดิ้นรนเสี่ยงตายมาหากินในประเทศไทย

อีกสัญชาติหนึ่งที่เริ่มกล่าวถึงกันมาก คือ บังกลาเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรหนาแน่นมาก และโดยเฉลี่ยยากจนมาก เป็นไปได้ที่ในอนาคตเราจะมีแรงงานต่างด้าวเป็นชาวบังกลาเทศจำนวนมาก

ผมได้ยินเสียงบ่นจากนักธุรกิจไทยมากขึ้นเป็นลำดับ เรื่องหาคนงานไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท

ธุรกิจที่ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานมากที่สุดในขณะนี้น่าจะเป็นก่อสร้างกับประมง เจ้าของธุรกิจรายหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ยอมจ่ายค่าแรงถึงวันละ 350400 บาท ก็ยังได้คนงานไม่พอ อย่าว่าแต่คนงานไทยเลย แม้แต่คนงานพม่าก็ไม่ค่อยอยากจะทำ เหตุผลก็คืองานประเภทนี้จัดอยู่ในกลุ่มงานหนัก สกปรก และมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นลูกเรือประมง ถือว่าเสี่ยงมากเป็นพิเศษ กล่าวคือ นอกจากเรื่องอุบัติเหตุกับภัยธรรมชาติกลางทะเลแล้ว ยังเสี่ยงถูกเบี้ยวค่าแรงและถูกถีบตกเรือเป็นการปิดปากอีกด้วย

ผู้รับเหมาบางรายประมูลงานได้ แต่หาคนงานไม่ได้ ทำให้งานเสร็จไม่ทันกำหนด ต้องถูกปรับตามสัญญาเป็นเงินจำนวนมากๆ ก็มี

มีคนเล่าให้ฟังอีกว่า การประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลทำให้นายหน้ากับเจ้าหน้าที่รัฐทั้งฝั่งไทยและฝั่งพม่ามีความคาดหวังสูงขึ้น เรียกร้องค่าน้ำร้อนน้ำชาในการให้บริการตลอดจนรีดไถหนักขึ้น กล่าวกันว่ามีตำรวจประเภทที่วันๆ ไม่ทำอย่างอื่น เอาแต่คอยดักจับ ข่มขู่ และรีดเงินจากแรงงานต่างด้าวเหล่านี้

กฎระเบียบและขั้นตอนต่างๆ ของรัฐก็มีมากและเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน จนยากที่ทั้งเจ้าของธุรกิจและแรงงานต่างด้าวจะปฏิบัติตามได้ครบถ้วน โดนตรวจทีไรก็มีที่ผิดทุกที จึงมักหนีไม่พ้นต้องตกเป็นเหยื่อของระบบหัวคิวและค่าใช้จ่ายอื่นๆ

เมื่อ 34 เดือนก่อน ครม.เพิ่งมีมติเกี่ยวกับการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงานต่างด้าว โดยมีข้อกำหนดต่างๆ มากมาย ที่หนักที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องพิสูจน์สัญชาติ ซึ่งทำให้แรงงานต่างด้าวต้องเดินทางไปชายแดน และข้ามพรมแดนกลับเข้าไปในประเทศของตนเพื่อขอหนังสือรับรองว่าเป็นผู้ถือสัญชาติของประเทศนั้น เสร็จแล้วจึงเดินทางกลับเพื่อมาดำเนินการต่ออีกหลายขั้นตอน

เพียงแค่นี้ก็มีแรงงานพม่าจำนวนไม่น้อยที่อกสั่นขวัญแขวน เกรงว่าเมื่อไปรายงานตัวฝั่งพม่าแล้วอาจถูกกักตัว หรือครอบครัวและญาติพี่น้องที่ยังอยู่ในพม่าอาจจะเดือดร้อน มีจำนวนไม่น้อยที่ตัดสินใจไม่ไป ยอมอยู่อย่างผิดกฎหมายในเมืองไทย และยอมให้เจ้าหน้าที่ไทยรีดไถมากขึ้นแทน

นอกจากการพิสูจน์สัญชาติ แรงงานต่างด้าวยังต้องนำหนังสือรับรองแทนหนังสือเดินทางไปขอประทับตราวีซ่าที่ ตม. ต้องไปแจ้งผลการพิสูจน์สัญชาติที่กรมการจัดหางาน ต้องไปตรวจสุขภาพ เสร็จแล้วจึงย้อนกลับไปที่กรมการจัดหางานอีกครั้งหนึ่งเพื่อยื่นคำขอใบอนุญาตทำงาน

กว่าจะทำครบถ้วนทุกขั้นตอน ก็ต้องเสียทั้งเวลาทำมาหากิน เสียทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เสียทั้งค่าธรรมเนียมต่างๆ ให้รัฐรวมหลายพันบาท และเสียค่าอำนวยความสะดวกอื่นๆ

ย้อนกลับไปที่คำสอนของ อองซานซูจี ให้แรงงานพม่ารักและเคารพประเทศไทย บอกตรงๆ ผมนึกไม่ออกว่าเราปฏิบัติต่อเขาแบบนี้ จะให้เขารักและเคารพเราได้อย่างไร

ถึงเวลาที่เราควรจะยอมรับและทำความเข้าใจให้ถูกต้องตรงกันเสียทีว่า การมีแรงงานต่างด้าวในประเทศเป็นผลประโยชน์ของประเทศไทยเอง เป็นการลดต้นทุนให้กับธุรกิจและให้กับเศรษฐกิจโดยรวม ควรเลิกนึกว่าเขามาสร้างภาระ และเรามีความจำเป็นต้องพยายามผลักดันเขากลับประเทศ

เมื่อคิดได้เช่นนี้ รัฐก็ควรพยายามบริหารจัดการเรื่องแรงงานต่างด้าวให้ดี จัดระเบียบ อำนวยความสะดวก และช่วยดูแลไม่ให้เกิดปัญหา แทนการออกกฎระเบียบและเก็บค่าธรรมเนียมยุบยับ ตลอดจนทำตัวเป็นอุปสรรคทั้งในทางตรงและทางอ้อม

ผมอยากเห็นการตัดลดขั้นตอนเพื่อประหยัดเวลาและให้ง่ายต่อการปฏิบัติ และหากเป็นไปได้ รัฐบาลควรมอบหมายให้หน่วยงานเดียวทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการบริการให้ครบวงจร ในลักษณะที่เป็น One Stop Service คล้ายกับที่อีกหลายหน่วยงานได้ทำไปแล้วเพื่อเป็นบริการให้กับประชาชน เช่น การออกหนังสือเดินทางของกระทรวงการต่างประเทศ เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69