
ตั้งศูนย์อาหารรับมือภัยพิบัติสรุปได้ทันท่วม
เกษตรฯ ยัน 2 เดือนระบบป้องกันอาหารขาดแคลนช่วงภัยพิบัติ เสร็จทันรับมือน้ำท่วม
เกษตรฯ ยัน 2 เดือนระบบป้องกันอาหารขาดแคลนช่วงภัยพิบัติ เสร็จทันรับมือน้ำท่วม
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ให้คณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร ซึ่งมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน เร่งรัดดำเนินจัดทำฐานข้อมูลสินค้าเกษตรและอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีพในช่วงเกิดภัยพิบัติให้ครบถ้วน โดยเบื้องต้นให้เน้น 3 ตัวสำคัญ คือ ข้าว ไข่ไก่ และเนื้อสัตว์ ทั้งปริมาณและสต๊อก แหล่งผลิต จากนั้นอาจจะเพิ่มอีก เช่น น้ำดื่ม และน้ำมัน
จากนั้นให้มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร เพื่อเป็นศูนย์กลางในการสั่งการและกระจายอาหารให้กับประชาชนที่ประสบภัย โดยใช้ปัญหาน้ำท่วมปี 2554 มาแก้ไข
“ในปีที่แล้วมีปัญหามากเพราะประเทศเรายังไม่มีระบบนี้ทำให้การส่งอาหารให้ผู้ประสบภัยยากลำบากและเป็นการยากที่จะต้องหุงข้าวแจก 3มื้อ และอาจไม่ทั่วถึง เช่นครั้งที่แล้วมีการมองว่าไข่ไก่ขาดแคลนต้องนำเข้า แต่ที่จริงไม่ขาด แต่ระบบการจัดส่งมีปัญหา ดังนั้นครั้งนี้กระทรวงเกษตรฯจะทำระบบเองทั้งหมด สำรวจทุกจังหวัดว่าใครผลิตอะไร เท่าไหร่ พื้นที่การผลิตอยู่ตรงไหน เมื่อเกิดภัยศูนย์บัญชาการนี้จะเป็นตัวสั่งการ มื่อสรุปได้แล้วเสร็จ จะเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณา ทั้งหมดคาดว่าประมาณ 2 เดือนน่าจะเสร็จก่อนที่จะเข้าฤดูฝนเต็มตัว”นายธีระกล่าว
ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวเป็นผลมาจากคณะกรรมการจัดทำแผนฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านการเกษตร (กผฟ.) ได้ลงพื้นที่ไปพบว่าปัญหาสำคัญ คือ กระจายอาหารเพื่อการบริโภคของรัฐไม่ทั่วถึง เพราะไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนั้นมาก่อน ทำให้ กผฟ.เสนอให้กระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการ เพื่อเป็นการเตรียมป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้น ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าวประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เช่น กรมชลประทาน กรมประมง กรมปศุสัตว์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น โดยมีสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เป็นเลขานุการทั้งนี้
สำหรับขอบเขตดำเนินงานจะครอบคลุมงาน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1.การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร 2.การจัดการฐานข้อมูล 3.การบริหารจัดการศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้า เช่น สหกรณ์ อ.ต.ก. 4.การบริหารจัดการระบบขนส่งขณะเดียวกัน อย่างไรก็ตามนอกจากสินค้าเกษตร 3 ตัวแล้ว ให้พิจารณาสินค้าจำเป็นตัวอื่นด้วยเช่น น้ำมัน และน้ำดื่ม ด้วย โดยให้ประสานกับหน่วยงานอื่นอย่างใกล้ชิด







