
จี้พม.ล้างบางหอพักแอบขายแอลกอฮอล์
เครือข่ายเยาวชนฯจี้ พม.ล้างบางหอพักเลี่ยงกฎหมายแอบขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขณะที่ ผอ.สท. ยอมรับ หอพักทั่วประเทศกว่า6 หมื่น แต่ขอจดทะเบียนถูกต้องเพียง 18,000 แห่ง
เครือข่ายเยาวชนฯจี้ พม.ล้างบางหอพักเลี่ยงกฎหมายแอบขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขณะที่ ผอ.สท. ยอมรับ หอพักทั่วประเทศกว่า6 หมื่น แต่ขอจดทะเบียนถูกต้องเพียง 18,000 แห่ง
เมื่อเวลา10.00 น.ที่สำนักงานส่งเสริมและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาสและผู้สูงอายุ (สท.) กลุ่มนักศึกษาจากเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายเยาวชนสร้างสรรค์รู้ทันแอลกอฮอล์ เครือข่ายกลุ่มนักกฎหมายเพื่อสังคมมหาวิทยาลัยรามคำแหง และมูลนิธิสื่อเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา กว่า 30 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อนายปิ่นชาย ปิ่นแก้ว ผอ.สท. กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)ในฐานะผู้กำกับดูแลหอพักทั่วประเทศ โดยกลุ่มเยาวชนได้เข้าร้องเรียนถึงปัญหาการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใต้หอพัก ที่ปัจจุบันมีความคุมเครือ ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่อ้างในการขอออกใบอนุญาตโดยอาศัยช่องว่างของกฎหมายหลบเลี่ยง เปลี่ยนชื่อจากหอพัก เช่น เปลี่ยนเป็นอพาร์ทเม้นท์ บ้านแบ่งเช่า แมนชั่น เป็นต้น
นายสุเทพ สดชื่น ผู้จัดการมูลนิธิสื่อเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการหอพักรอบสถาบันการศึกษาได้มีการขอใบอนุญาตจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากกรมสรรพสามิต โดยมีการหลีกเลี่ยงกฎหมายด้วยการเปลี่ยนชื่อในรูปแบบของ บ้านแบ่งให้เช่า ห้องแถว อพาร์ทเม้นท์ แมนชั่น ขณะเดียวกัน ตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พ.ศ.2551 ระบุไว้ชัดเจนว่า ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในหอพัก ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นสำนักงานฯและกรมสรรพสามิต ต้องให้คำนิยามที่ตรงกันเพื่อให้ครอบคลุมการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในหอพักด้วย นอกจากนี้ เครือข่ายฯได้นำหลักฐานภาพถ่ายการขายเหล้าเบียร์ใต้อาพาร์ทเม้นท์มายืนยัน เพราะกลุ่มลูกค้าที่สำคัญคือ นักศึกษา และผู้ประกอบการมีรายได้ต่อเนื่อง ทำให้เยาวชนเข้าถึงแอลกอฮอล์ได้ง่าย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาต่างๆ เช่น การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร
ด้าน นายธีระภัทร คหะวงศ์ แกนนำเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กล่าวว่า เครือข่ายเยาวชนฯ มีข้อเรียกร้องเพื่อให้ สท.นำไปพิจารณาดังนี้ 1. เร่งชี้แจงนิยามเรื่องหอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพัก เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน สร้างแนวปฏิบัติที่ถูกต้อง ป้องกันการหลีกเลี่ยงกฎหมาย รวมถึงป้องกันมิให้กรมสรรพสามิตออกใบอนุญาตขายในหอพัก 2.หากพบว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในหอพัก ให้ประสานกรมสรรพสามิตเพิกถอนใบอนุญาตฯ รวมถึงอาจนำไปสู่การเพิกถอนใบอนุญาตหอพักด้วย และ 3. จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสรรพสามิต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อบูรณาการกฎหมาย ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง
“หอพักเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของนักศึกษา และบริเวณรอบมหาวิทยาลัย ก็กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งพื้นที่เสี่ยง ที่มีแหล่งมั่วสุมร้านขายเหล้าจำนวนมาก รวมไปถึงหอพัก อาพาร์ทเม้นท์ต่างๆ ที่นักศึกษาพักอาศัย ยังขายกันเกลื่อน ถ้าไม่เร่งแก้ไขสุดท้ายแล้วปัญหาจะตกอยู่ที่เยาวชน หากผู้ใหญ่วิ่งตามเด็กไม่ทัน” นายธีระภัทร กล่าว
นายปิ่นชาย ปิ่นแก้ว ผอ.สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) กล่าวว่า ในปัจจุบันมีหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์ทั่วประเทศประมาณ 50,000-60,000 แห่ง แต่มีหอพักเพียงจำนวน 18,000 แห่งเท่านั้นที่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ที่ผ่านมา สท.ได้กำหนดออกตรวจสถานประกอบการรอบสถาบันการศึกษา จำนวน 11 สถาบัน รวมทั้งสิ้น 284 แห่ง มีหอพักที่ยื่นจดทะเบียน 148 แห่ง และหอพักที่ยังไม่ได้ยื่นจดทะเบียนจำนวน 136 แห่ง
ทั้งนี้ในการจัดระเบียบหอพัก ทาง สท.จะร่วมหารือกับกรมสรรพสามิตและผู้เกี่ยวข้อง ทำความเข้าใจในเรื่องของตัวบทกฎหมายและการดำเนินงานให้กับทุกฝ่าย เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน โดยในวันที่ 15 มิ.ย.จะมีการอบรมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และในวันที่ 18-22 มิ.ย. 2555 ทาง สท.จะร่วมกับเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดคาราวาน ร่วมรณรงค์การห้ามขายเหล้าปั่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด รอบสถาบันการศึกษาและในหอพัก และจัดกิจกรรมสัปดาห์รณรงค์ออกตรวจหอพักในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล และจะขยายงานไปยังจังหวัดต่างๆทั่วประเทศต่อไป
“การนำ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาใช้ควบคู่กับ พ.ร.บ.หอพัก พ.ศ.2407 เป็นเป็นการลดปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเยาวชนได้อีกทางหนึ่ง”นายปิ่นชาย







