
นลินีบี้ปทุมฯจ่ายเงินน้ำท่วมใน2สัปดาห์
"นลินี"ออกหน้าบี้ปทุมธานีเร่งจ่ายเยียวยาน้ำท่วมชาวสามโคกใน2 สัปดาห์และต้องจ่ายอย่างมีเหตุผล
"นลินี"ออกหน้าบี้ปทุมธานีเร่งจ่ายเยียวยาน้ำท่วมชาวสามโคกใน2 สัปดาห์และต้องจ่ายอย่างมีเหตุผล
วันนี้ (6มิ.ย.) นางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะไปยังจังหวัดปทุมธานี เพื่อติดตามการดำเนินงานของจังหวัดและตรวจเยี่ยมโครงการป้องกันปัญหาอุทกภัยในพื้นที่โดยมีนายขจรศักดิ์ สิงโตกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ให้การต้อนรับ
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทราบว่าประชาชนชาวอำเภอสามโคกมีความคับข้องใจเกี่ยวกับการช่วยเหลือเยียวยาของภาครัฐ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้หลักการว่า ถ้าประชาชนทำเรื่องเข้ามา แล้วทางจังหวัดสามารถตกลงอัตราค่าชดเชยได้เป็นที่พอใจ ก็ขอให้ทางจังหวัดทำเรื่องเบิกได้ทันที เพราะรัฐบาลมีงบประมาณที่จะช่วยเหลือ และได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ และดำเนินการให้แล้วสร็จใน2 สัปดาห์
งบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้จังหวัดปทุมธานีตามโครงการช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ประมาณ 4,290 ล้านบาท เป็นจำนวนเงินที่มากเป็นอันดับต้น ๆ รองจากกรุงเทพมหานครและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งงบประมาณในโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยกรณีเร่งด่วน (Flagship) ที่ได้รับในช่วงที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ อีกประมาณ 84 ล้านบาท เพื่อขุดลอกคลอง 57 โครงการ ซึ่งจะช่วยระบายน้ำได้เพิ่มขึ้น 12.2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยได้เร่งรัดให้ทางจังหวัดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ และหากมีข้อขัดข้องขอให้แจ้งไปยังรัฐบาลเพื่อหาทางแก้ไขต่อไป
ด้านนายอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี รายงานว่า ในระหว่างวันที่ 21 – 25 พฤษภาคม 2555 ได้ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้ประสบภัย เฉลี่ยวันละ 3,000 ครัวเรือน และวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2555 แจกจ่ายเพิ่มเติมอีก 15,212 ครัวเรือน โดยขณะนี้เหลือผู้ประสบภัยที่ยังไม่ได้จ่ายเงินช่วยเหลืออีก 352 ครัวเรือน
ขณะที่ประชาชนบางส่วนที่ได้รับเงินช่วยเหลือดังกล่าวเกิดความไม่พอใจจำนวนเงินที่ได้รับจึงเป็นสาเหตุให้เกิดการปิดถนนและเรียกร้องการจ่ายเงินเพิ่มเติมจากทางจังหวัดและรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่พบกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและนายกรัฐมนตรีรับปากว่าจะไปแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ทั้งนี้ ในวันนี้ทางอำเภอสามโคกได้ตั้งคณะทำงาน จำนวน 35 คน จาก 7 หน่วยงาน ร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาโดยด่วน โดยตั้งเป้าว่าจะดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชนโดยใช้ดุลพินิจที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของชาวบ้านตำบลสามโคก ให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน ส่วนตำบลอื่น ๆ จะเร่งดำเนินการให้เรียบร้อยตามนโยบายของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ส่วนนายอำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยของอำเภอเมืองได้คำนึงถึงข้อเท็จจริง และกำชับให้เจ้าหน้าที่ประเมินความเสียหายอย่างเหมาะสม โดยกำหนดราคากลางในการจ่ายเงินช่วยเหลือให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยตำบลบ้านใหม่มียอดเงินช่วยเหลือที่ชาวบ้านได้รับน้อยที่สุด เฉลี่ยครัวเรือนละ 8,000 บาท และตำบลหลักหก (เมืองเอก) จ่ายเงินสูงสุด เฉลี่ยครัวเรือนละ 30,000 บาท ส่วนตำบลอื่น ๆ เฉลี่ยครัวเรือนละ 10,000 – 20,000 บาท นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำชับให้แต่ละอำเภอส่งหนังสือแจ้งไปยังชาวบ้านที่ยังไม่มารับเงิน รวมทั้งให้รับคำร้องของประชาชนทุกรายที่มายื่นขอความช่วยเหลือ โดยจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป
ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ปัญหาการจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชนเกิดจาก 2 สาเหตุ คือ ความบกพร่องของเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทำหน้าที่ประเมินความเสียหาย และความไม่เข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยของประชาชน โดยขณะนี้ทางจังหวัดได้จัดทำแบบทบทวนการสำรวจการให้ความช่วยเหลือเยียวยาค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัย (แบบ ปท 1) เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำไปดำเนินการ เช่น เครื่องครัวเสียหาย จ่ายไม่เกิน 3,500 บาท ค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ กรณีเสียหายบางส่วน จ่ายไม่เกิน 20,000 บาท เสียหายทั้งหลัง จ่ายไม่เกิน 30,000 บาท ค่าวัสดุซ่อมแซมยุ้งข้าว/คอกสัตว์/โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ เสียหายบางส่วน จ่ายไม่เกิน 3,000 บาท เสียหายทั้งหลัง จ่ายไม่เกิน 8,000 บาท อุปกรณ์แสงสว่าง จ่ายไม่เกิน 200 บาทต่อครอบครัว เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม จ่ายไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน ชุดนักเรียน จ่ายไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน เครื่องนอน จ่ายไม่เกิน 500 บาทต่อคน และเครื่องมือประกอบอาชีพ จ่ายไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งตนได้สั่งการให้ทุกอำเภอลงไปแก้ไขปัญหาและทำความเข้าใจกับผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด
ภายหลังรับฟังบรรยายสรุปและหารือร่วมกับทางจังหวัดแล้ว รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนเลียบคลองเปรมประชากร หมู่ที่ 1,2,3,5 ตำบลบางพูด อำเภอเมือง และโครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนบัวสวรรค์ หมู่ที่ 2,3,4,6 ตำบลบางพูด อำเภอเมือง รวมทั้งเยี่ยมเยียนประชาชนที่เดินทางมารับเงินช่วยเหลือเยียวยาค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัย บริเวณศาลาสุวรรณอุดมคุณ วัดดาวดึงส์ อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี โดยโอกาสนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้มอบเงินช่วยเหลือให้แก่นางสาวสมฤทัย ฉลวย และนางสาวจุฑาภรณ์ ราไม้ ชาวบ้านตำบลบางพูด ซึ่งได้รับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐ จำนวน 27,620 บาท และ 21,025 บาท ตามลำดับ







