
กทม.ขานรับย้ายชุมนุมรุกริมน้ำ
กทม.ขานรับรื้อย้ายชุมชนรุกที่ริมน้ำหามาตรการเยียวยา เครือข่ายสลัม4ภาคหวั่นวุ่นวายวอนศึกษาข้อมูลก่อน
กทม.ขานรับรื้อย้ายชุมชนรุกที่ริมน้ำหามาตรการเยียวยา เครือข่ายสลัม4ภาคหวั่นวุ่นวายวอนศึกษาข้อมูลก่อน
วันนี้ (6มิ.ย.) นายวสันต์ มีวงษ์ โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า เห็นด้วยตามหลักการของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีมติให้รื้อย้ายชุมชน และสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา 5,424 หลัง หรือ 8,138 ครัวเรือน เนื่องจากการบุกรุกพื้นที่สาธารณะย่อมไม่มีกฎหมายใดอนุญาต แต่ที่ผ่านมาเป็นเพียงการอนุโลมให้อยู่อาศัยชั่วคราว
นายวสันต์ กล่าวว่า แนวทางเบื้องต้นในการรื้อย้ายชุมชนต้องใช้หลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ควบคู่กันไป โดยเน้นการเจรจาทำความเข้าใจกับชาวบ้านเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความรุนแรงตามมา
"นอกจากการเจรจาทำความเข้าใจแล้ว ข้อสำคัญคือต้องหามาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม ตามหลักมนุษยธรรม ควบคู่ไปกับการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย" นายวสันต์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายวสันต์ กล่าวว่า กทม.จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคประชาสังคมต่างๆ เช่น เครือข่ายสลัม 4 ภาค เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมร่วมกัน
นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักระบายน้ำ กทม. กล่าวว่า แนวทางการไล่รื้อสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางน้ำ จะต้องหารือกับหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ รวมถึงจะพิจารณาว่ามีช่องทางใดบ้างในการชดเชยเยียวยา
ด้านนายพงษ์อนันต์ ช่วงธรรม ที่ปรึกษาเครือข่ายสลัม 4 ภาค กล่าวว่า หากรัฐจะมีการไล่รื้อชุมชนโดยไม่มีแผนการรองรับจะทำให้เกิดปัญหาความวุ่นวายตามมาอย่างแน่นอน จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเปิดเผยข้อมูลการสำรวจให้ชัดเจนว่ากระทบต่อชุมชนใดบ้าง
นายพงษ์อนันต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการจัดหาที่อยู่อาศัยรองรับประชาชนที่ถูกไล่ที่ยังมีปัญหาอยู่มาก โดยขณะนี้ พม.ยังค้างจ่ายงบประมาณให้กับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนกว่า 3,000 ล้านบาท







