posttoday
สะกดแผนเสื้อแดงยึดกรุง

สะกดแผนเสื้อแดงยึดกรุง

12 มีนาคม 2553

ในที่สุดกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ยาตราทัพเข้าสู่กรุงเทพฯ แล้ว นับตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. เหตุการณ์จากนี้จะเกิดอะไรขึ้น เป็นเรื่องที่ต้องจับตาอย่ากะพริบ แน่นอนรัฐบาลพยายามทุกหนทางคลี่คลายสถานการณ์ไม่ให้เกิดความรุนแรง ล้วนปรารถนาให้บ้านเมืองกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

ข้อมูลความเคลื่อนไหว นปช. เป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้รัฐบาลใช้ประกอบตัดสินใจแก้ไขปัญหา จากการอัพเดตข้อมูลล่าสุด รัฐบาลประเมินสถานการณ์ชุมนุม ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปว่า น่าจะเป็นการชุมนุมให้แตกหักภายในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ยืดเยื้อ หวังผลจะกดดันให้รัฐบาลต้องยุบสภาหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายใน 78 วัน คาดว่าสถานการณ์จะตึงเครียดที่สุดในช่วงระหว่างวันที่ 1417 มี.ค. 2553 ลักษณะการชุมนุมแม้จะรุกเพื่อกดดันรัฐบาลพร้อมกันทั้งในและต่างจังหวัด แต่กลุ่มที่จะมีผลต่อการแพ้ชนะน่าจะเป็นมวลชนในเขต กทม. ปริมณฑล และภาคกลาง

ช่วงที่มีความเปราะบางน่าจะเริ่มตั้งแต่เย็นวันที่ 1314 มี.ค. เป็นต้นไป เนื่องจากจะมีมวลชนรวมตัวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง การควบคุมมวลชนจะมีปัญหามากที่สุด และหากมีการปลุกเร้ามวลชนมากขึ้นจนขาดสติ มีความเสี่ยงสูงที่มวลชนจะกลายสภาพเป็นม็อบที่ขาดการควบคุม จนอาจมีการเผาทำลายทรัพย์สินของทางราชการ และเอกชนได้ นอกจากนี้ กลุ่มมือที่สามก็อาจจะเลือกใช้เวลานี้สร้างสถานการณ์ เพื่อนำไปสู่การก่อเหตุจลาจลได้

จำนวนมวลชนและยานพาหนะ ประเมินจนถึงช่วงวันที่ 10 มี.ค. 2553 คาดว่า จะมีมวลชนเข้าร่วมทั้งหมดประมาณ 7 หมื่นคน (สูงสุดประมาณ 1 แสนคน) ยานพาหนะทุกประเภทประมาณ 5,000 คัน สำหรับจำนวนมวลชนที่จะเดินทางเข้าร่วมการชุมนุม แยกตามภาค มีดังนี้ ภาคเหนือ ประมาณ 5,800 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 2 หมื่นคน ภาคกลางและภาคตะวันตก ประมาณ 2,500 คน ภาคตะวันออก ประมาณ 1 หมื่นคน ภาคใต้ ประมาณ 500 คน และ กทม.ปริมณฑล 3 หมื่นคน

อย่างไรก็ตาม การประเมินจำนวนรถทำได้ยากเพราะ นปช. ในพื้นที่ภาคกลาง กทม. และปริมณฑลอาจนำรถเข้าไปเองโดยไม่ลงทะเบียน

กลุ่มที่อาจสร้างสถานการณ์ น่าจะมี 5 กลุ่ม ซึ่งเป็นกลุ่มเครือข่ายของนายทหารและอดีตนายทหารที่นิยมแนวทางรุนแรงและไม่พอใจรัฐบาล หรือประธานองคมนตรีอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ได้แก่ กลุ่ม พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล (เสธ.แดง) พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี กลุ่มนายทหารรุ่น 10 ที่มีพฤติกรรมเชื่อมโยงกลุ่มมาเฟีย นายทหารในสังกัด พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และกลุ่มของนักการเมืองที่ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ และมีประวัติชอบใช้ความรุนแรง

จุดมุ่งหมาย วิธีการ และเป้าหมายของกลุ่มสร้างสถานการณ์ มีความเป็นไปได้ที่จะใช้การก่อเหตุเพื่อกระตุ้น/ยั่วยุ ให้สถานการณ์การชุมนุมทวีความร้อนแรง ทั้งการวางเพลิง ลอบวางระเบิด/ขว้างระเบิด หรือซุ่มยิง M79 เข้าใส่สถานที่ราชการ หรือแม้กระทั่งในกลุ่มผู้ชุมนุม โดยอ้างว่าฝ่ายรัฐบาลเป็นฝ่ายสร้างสถานการณ์เองเพื่อที่จะปราบปรามประชาชน นอกจากนี้ จากที่กลุ่ม นปช. เป็นเที่เกลียดชังของกลุ่มบุคคลหลายกลุ่ม เช่น บุคคลในย่านชุมชนใกล้ทำเนียบรัฐบาลที่เคยถูกกลุ่ม นปช. ทำร้าย จึงอาจมีความเป็นไปได้ที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวจะตอบโต้ล้างแค้นได้เช่นกัน

เครื่องมือด้านสงครามข่าวสาร เครื่องของกลุ่ม นปช. มีความหลากหลาย ทั้งการใช้วิทยุชุมชน สถานีโทรทัศน์ของกลุ่ม สื่อสิ่งพิมพ์ของกลุ่ม เว็บไซต์ การส่งข้อความสั้น (SMS) และการประชุมกลุ่มย่อยเป็นช่องทางสำคัญในการให้ข้อมูลข่าวสาร ปลุกเร้า/ปลูกฝังความคิดอุดมการณ์แก่สมาชิกของกลุ่ม และประชาชนทั่วไปอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังใช้เครือข่ายแท็กซี่เผยแพร่ข้อมูลผิดๆ แก่ประชาชนที่ใช้บริการ นอกจากนี้ การสร้างสถานการณ์ให้ปรากฏเป็นข่าวอย่างสม่ำเสมอ ยังมีผลทำให้สื่อมวลชนทั่วไป ทั้งวิทยุและโทรทัศน์ให้ความสนใจรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช. มาโดยตลอด

ส่วนเครื่องมือด้านสงครามข่าวสารของฝ่ายรัฐ ส่วนใหญ่เป็นวิทยุ โทรทัศน์ในเครือของกรมประชาสัมพันธ์ และวิทยุชุมชนในเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทยเป็นหลัก ขณะที่สื่ออื่นๆ มีการรายงานข่าวสารอย่างระมัดระวัง เพราะกลัวถูกวิจารณ์ว่าขาดความเป็นกลาง ดังนั้น การทำสงครามข่าวสารของฝ่ายรัฐจึงเสียเปรียบ นปช. และยังไม่สามารถโน้มน้าว/ชักจูงให้กลุ่มบุคคลที่หลงเชื่อข้อมูลของ นปช. ปรับเปลี่ยนความคิดได้

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์