
ตร.วางกำลังรับมือม็อบ
ตํารวจที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจหรือมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงจะใช้กำลังพล 41 กองร้อย จำนวน 6,347 นาย โดยมี พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. เป็น ผบ.เหตุการณ์
พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รอง ผบช.น. เป็นผู้ช่วย ผบ.เหตุการณ์ พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. ควบคุมการปฏิบัติในงานจราจร พล.ต.ต.บุญส่ง พานิชอัตรา รอง ผบช.น. เป็น ผบ.เหตุการณ์ในการรักษาที่ตั้ง บช.น. และให้รอง ผบช.น. เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติตามฝ่ายงานที่ได้รับมอบหมาย ส่วน ผบก.น. 19 เป็น ผบ.เหตุการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละ บก.
พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบก.อคฝ. เป็น ผบ.เหตุการณ์ในพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล และ พล.ต.ต.อุทัยวรรณ แก้วสะอาด ผบก.จร. เป็นผู้ช่วย พล.ต.ต.ภาณุ ในงานจราจร
นอกจากนี้ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เป็นหัวหน้าชุดเจรจาต่อรองให้ บก.ตปพ. จัดกำลังรถยนต์สายตรวจตรวจรอบพระตำหนักจิตรลดาฯ และเตรียมพร้อมกำลัง 150 นาย สนับสนุนได้ทันที ส่วน บก.จร. จัดกำลังดูแลการจราจรไว้ 300 นาย
สำหรับการจัดกำลังถนนราชดำเนินใน/กลาง/นอก เตรียมกำลัง 12 กองร้อย ดูแลสนามเสือป่า 300 นาย ตึก สปก. 450 นาย วัดราชนัดดา 450 นาย โรงเรียนสตรีวิทยา 300 นาย หอประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 300 นาย
สำหรับการจัดกำลังดูแลทำเนียบรัฐบาลใช้ 7 กองร้อย เป็น ปจ.หญิง อยู่ในทำเนียบ 250 นาย เชิงสะพานชมัยฯ ทางเข้าถนนนครปฐม 150 นาย ประตู 5 และแนวรั้วด้านถนนพิษณุโลก 150 นาย ทางเข้าลูกหลวง เชิงสะพานมัฆวาน และแนวรั้วด้านถนนราชดำเนินนอก 150 นาย ทางเข้าเชิงสะพานอรทัย สะพานเทวกรรม 150 นาย
นอกจากนั้น กำลังอีก 4 กองร้อย จะอยู่ในวัดเบญจฯ 150 นาย โรงพยาบาลศิริราช 150 นาย แก้ไขสถานการณ์ในพื้นที่ 1,350 นาย และหน่วยจู่โจม 297 นาย
ทั้งนี้ มีคำสั่งให้เตรียมพร้อมในที่ตั้ง พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติภายใน 1 ชั่วโมง รวมถึงเตรียม ตชด. 300 นาย พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติภายใน 24 ชั่วโมง เมื่อได้รับการประสาน รวมกำลังพลในภารกิจครั้งนี้ 41 กองร้อย จำนวน 6,347 นาย
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก.บช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 มี.ค. ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ตำรวจทั้งหมดที่ดูแลกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีประมาณ 1 หมื่นนาย ทหารมีประมาณ 3 หมื่นนาย ส่วนข่าวการก่อวินาศกรรมยังไม่ได้รับรายงาน แต่กำลังตรวจสอบอยู่
ทั้งนี้ พล.ต.ท.สัณฐาน จะนำกำลังตำรวจนครบาลทั้งหมดไปร่วมปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่ทหารและพลเรือน ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยจะมีแม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งการควบคุมฝูงชนจะมีตำรวจ ทหาร และพลเรือน ร่วมปฏิบัติหน้าที่บนท้องถนนโดยปราศจากอาวุธ







