
โลกมองไทย
ผ่านพ้นไปแล้วเกือบ 9 เดือน กับเหตุอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปีของไทยเมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว โดยในขณะนี้บรรดาธุรกิจต่างๆ และประชาชนต่างเข้าสู่ระยะการซ่อมแซมและเยียวยา เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติเหมือนดังก่อนหน้าเหตุน้ำท่วม
ผ่านพ้นไปแล้วเกือบ 9 เดือน กับเหตุอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปีของไทยเมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว โดยในขณะนี้บรรดาธุรกิจต่างๆ และประชาชนต่างเข้าสู่ระยะการซ่อมแซมและเยียวยา เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติเหมือนดังก่อนหน้าเหตุน้ำท่วม
อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์โน้ตบุ๊กรีวิว ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานถึง 9 เดือน แต่ทว่าราคาของฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลของคอมพิวเตอร์ ซึ่งต้องถูกปรับราคาให้สูงขึ้นเมื่อครั้งเกิดน้ำท่วม เนื่องจากขาดแคลนสินค้าอย่างหนัก ยังคงมีราคาสูงเช่นเดิม และไม่มีทีท่าว่าจะถูกปรับลดราคาลงมาอยู่ในระดับก่อนหน้าที่เกิดเหตุน้ำท่วมอีกด้วย
ทั้งนี้ เหตุการณ์น้ำท่วมไทย ส่งผลต่อตลาดอุตสาหกรรมไอทีอย่างมาก เนื่องจากบรรดาผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่ของโลกอย่าง เวสเทิร์น ดิจิตอล และซีเกท เทคโนโลยี ต้องหยุดสายการผลิตของโรงงานในไทยเป็นการชั่วคราว ส่งผลทำให้ยอดการจัดส่งฮาร์ดดิสก์ทั่วโลกดิ่งลง 27.7% เป็น 173 ล้านหน่วย ในไตรมาส 3 และ 125 ล้านหน่วย ในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว ดันราคาเฉลี่ยให้สูงขึ้นเกือบ 28% มาอยู่ที่ 66 เหรียญสหรัฐ (ราว 2,100 บาท) จากก่อนเกิดน้ำท่วมที่ 51.5 เหรียญสหรัฐ (ราว 1,600 บาท) เท่านั้น
ผู้เขียน มองว่า ราคาของฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์จะไม่ปรับตัวลดลง เหตุเพราะภายหลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม ส่งผลให้เหลือคู่แข่งทางการค้าแค่เพียง 3 รายเท่านั้น คือ เวสเทิร์น ดิจิตอล ซีเกท และโตชิบา จึงไม่มีความจำเป็นที่บริษัทเหล่านี้ต้องปรับลดราคาเพื่อดึงดูดลูกค้าอีกต่อไป
นอกจากนี้ การปรับขึ้นราคาดังกล่าว ส่งผลให้ผลกำไรของบริษัทผู้ผลิตเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมากอีกด้วย
ผู้เขียน กล่าวอีกว่า สุดท้ายแล้วผู้ที่ต้องได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากเหตุอุทกภัยไทยครั้งที่ผ่านมา ไม่ใช่เหล่าบรรดาเจ้าของธุรกิจ แต่เป็นผู้บริโภคนั่นเอง







