
คุมวิกฤตหนี้ยุโรปให้อยู่
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์โยมิอูริชิมบุนของญี่ปุ่นระบุว่า ปัญหาวิกฤตความเชื่อมั่นของยุโรปได้กลับมาปะทุอีกครั้ง เห็นได้จากอัตราค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นอยู่ข้างเดียวในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยค่าเงินยูโรต่อเงินสกุลเยนอ่อนค่าลงมากที่สุดในรอบ 11 ปีครึ่งที่ 1 ยูโรต่อ 95 เยน
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์โยมิอูริชิมบุนของญี่ปุ่นระบุว่า ปัญหาวิกฤตความเชื่อมั่นของยุโรปได้กลับมาปะทุอีกครั้ง เห็นได้จากอัตราค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นอยู่ข้างเดียวในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยค่าเงินยูโรต่อเงินสกุลเยนอ่อนค่าลงมากที่สุดในรอบ 11 ปีครึ่งที่ 1 ยูโรต่อ 95 เยน
ขณะที่ค่าเงินเยนต่อเงินสกุลเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 77 เยนต่อ 1 เหรียญสหรัฐ หลังจากที่อัตราตัวเลขการว่างงานสหรัฐเดือน พ.ค.ออกมาอย่างน่าผิดหวัง ส่วนตลาดหุ้นนิวยอร์กก็ดิ่งลงอย่างหนัก สถานการณ์ทั้งหมดนี้ถือเป็นสิ่งที่เลวร้ายและจะยังคงดำเนินต่อไปอีก
สำนักข่าวชื่อดังแดนปลาดิบชี้ว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ค่าเงินยูโรและตลาดหุ้นทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมาร่วงลงอย่างหนักเป็นเพราะความกังวลว่า วิกฤตหนี้ยุโรปจะลุกลามบานปลายออกไปจนไม่สามารถควบคุมเอาไว้ได้
เห็นได้จากความกังวลว่ากรีซอาจจะถูกขับออกจากกลุ่มยูโรโซน และปัญหาหนี้ที่ลุกลามจากกรีซสู่สเปน
โดยเฉพาะสเปนที่กำลังเผชิญกับหนี้สินที่เกิดจากฟองสบู่จากการล้มลงของภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างหนักจนทำให้ธนาคารรายใหญ่ของประเทศหลายรายต้องร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง
ทว่า รัฐบาลกลางอาจจะสามารถช่วยเหลือต่อไปได้อีกไม่นานนัก เพราะไม่มีเงินมากพอที่จะเข้าไปช่วยเหลือหนี้สินกองมหึมา และในขณะเดียวกันต้นทุนการกู้ยืมในพันธบัตรรัฐบาลก็อยู่สูงเกินกว่าที่จะทำได้ นอกจากนี้การขอความช่วยเหลือจากต่างชาติก็ไม่เพียงพอที่จะเข้าช่วยเหลือได้อีกด้วย
ฉะนั้น ทั่วโลกจึงต้องร่วมปกป้องไม่ให้วิกฤตหนี้ยุโรปขยายตัวลุกลามไปสู่จุดที่จะสร้างความวุ่นวายแก่เศรษฐกิจโลกให้ได้ โดยสิ่งที่จะต้องดำเนินการเป็นอย่างแรกเพื่อป้องกันวิกฤตในสเปน นั่นคือการที่เยอรมนีกับฝรั่งเศสต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพราะการแก้ปัญหานั้นจำเป็นต้องใช้ทั้งแนวทางการสร้างวินัยการเงินผ่านแผนรัดเข็มขัดกับแผนสร้างการเติบโตเข้าไว้ด้วยกัน







