
รับความจริง
ข้อขัดแย้งผลสำรวจของรัฐบาลกับหน่วยงานทั่วไปยังคงมีออกมาต่อเนื่อง และทุกครั้งที่สำนักสำรวจหรือโพลต่างๆ ออกมาในเชิงลบ ทางฝ่ายรัฐบาลจะออกมาตอบโต้ทันที แม้การยกข้อมูลของรัฐบาลมาหักล้างจะฝืนความรู้สึกของประชาชนทั่วไปก็ตาม
ข้อขัดแย้งผลสำรวจของรัฐบาลกับหน่วยงานทั่วไปยังคงมีออกมาต่อเนื่อง และทุกครั้งที่สำนักสำรวจหรือโพลต่างๆ ออกมาในเชิงลบ ทางฝ่ายรัฐบาลจะออกมาตอบโต้ทันที แม้การยกข้อมูลของรัฐบาลมาหักล้างจะฝืนความรู้สึกของประชาชนทั่วไปก็ตาม
รวมทั้งการสำรวจล่าสุดเมื่อศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ค. พบว่า เป็นการปรับลดลงครั้งแรกในรอบ 6 เดือน จากที่ผ่านมาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคดีขึ้นมาต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เดือน พ.ค. ดัชนีฯ ร่วงลงครั้งแรกเหลือ 77.1 หลังเพิ่มขึ้นติดกันตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่ปลายปีก่อนเดือน ธ.ค. จนมาอยู่ที่ 77.6 เนื่องจากผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เริ่มขาดเสถียรภาพ เพราะนำ พ.ร.บ.ปรองดองเข้าพิจารณาในสภา ส่งผลให้เกิดการชุมนุมประท้วงนอกสภาของกลุ่มเสื้อสีต่างๆ และความผันผวนจากเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะหนี้ยุโรป
ดัชนีเชื่อมั่นที่ลบดังกล่าวออกมายังไม่ทันข้ามวัน ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ทางนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้ออกมาตอบโต้ว่า จากการสำรวจประชาชนทั่วประเทศ 3,233 ตัวอย่าง พบดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ค. เท่ากับ 27.4 เพิ่มจากเดือน เม.ย. 24.3 สูงสุดในรอบ 8 เดือน นับจาก ต.ค. 2554 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดน้ำท่วมที่ค่าดัชนีเท่ากับ 23.8
ตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นของกระทรวงพาณิชย์ ที่ออกมาสวนกับหอการค้าไทย ทางพาณิชย์ยืนยันว่าการจัดทำดัชนีของกระทรวงน่าเชื่อถือ สำรวจถึง 3,233 ตัวอย่างทั่วประเทศ ขณะที่หอการค้าไทย สำรวจ 2,241 ตัวอย่าง ใน 20 จังหวัดเท่านั้น แต่การสำรวจเป็นคนละช่วงเวลา โดยกระทรวงสำรวจต้นเดือน พ.ค. ขณะหอการค้าสำรวจช่วงปลายเดือน พ.ค. ที่มีปัจจัยการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง
จะเห็นได้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นที่ตรงกันข้ามกันระหว่างหอการค้าที่ออกมาเชิงลบ แต่กระทรวงพาณิชย์ซึ่งออกมาบวก เหมือนกับเอาใจรัฐบาล ในแง่ของเชิงวิชาการ เชื่อว่าทั้งสองหน่วยงานคงมีหลักในการเลือกกลุ่มตัวอย่าง หรือเลือกเวลาสำรวจที่เคารพในวิชาชีพของตนเอง
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐ ผลสำรวจออกมาค่อนข้างจะฝืนความรู้สึกประชาชน เช่นกรณีสินค้าแพง แต่รัฐกลับนำข้อมูลบวกป้อนให้นายกรัฐมนตรี จนนายกฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกมาบอกว่าประชาชนคิดหรืออุปทานไปเอง นอกจากนี้ การส่ง รมต.ลงสำรวจตลาดก็ไม่พบว่าสินค้าขึ้นราคา รมต.ส่วนใหญ่ยังคงรายงานใน ครม.ว่าสินค้าไม่ขึ้นราคา แต่ชาวบ้านที่จ่ายตลาดทุกวันกลับเจอแต่ของแพง
หากรัฐบาลยังปล่อยให้การจัดเก็บข้อมูล นำเสนอแต่ด้านดีแบบไม่จริงทั้งหมดอย่างนี้ เชื่อได้เลยว่ารัฐบาลจะไม่มีทางแก้ปัญหาบ้านเมืองได้ตรงจุด เพราะข้อมูลที่ผิดย่อมนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ไม่ถูกต้องและเละเทะอย่างที่เห็นในปัจจุบัน จึงอยากให้รัฐบาลยอมรับความจริง เพื่อการแก้ปัญหาต่อไปจะได้ตรงจุด และเป็นข้อมูลที่หน่วยงานอื่นกล้านำไปใช้ได้







