
ร้องสภาทนายตุ๋นซื้อปุ๋ยปลอมสูญ 10 ล้าน
เกษตรกรบุกร้องสภาทนายความถูกหลอกซื้อปุ๋ยเคมีปลอมสูญเงินกว่า 10 ล้าน
เกษตรกรบุกร้องสภาทนายความถูกหลอกซื้อปุ๋ยเคมีปลอมสูญเงินกว่า 10 ล้าน
ตัวแทนเกษตรกรชาวไร่อ้อย ต.ตูมใหญ่ และ ต.คูเมือง อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ กว่า 10 คน ได้นำปุ๋ยเคมียี่ห้อ “แมวไทยคู่ดาว” จำนวน 2 กระสอบ บุกร้องสภาทนายความจังหวัด ให้ช่วยเหลือฟ้องร้องเรียกเงินคืนจาก “ห.จ.ก.เคมีคอม อินเตอร์เทรด” ซึ่งเป็นผู้ผลิตปุ๋ยตรา “แมวไทยคู่ดาว” หลังจากมีเซลส์แมนนำปุ๋ยดังกล่าวมาเสนอขายกระสอบละ 850 บาท โดยอ้างมีคุณภาพดีกว่าปุ๋ยเคมียี่ห้ออื่น
ทำให้เกษตรกรหลงเชื่อจึงได้ซื้อไว้คนละ 50 – 150 กระสอบ คิดเป็นเงินรายละ 50,000 – 120,000 บาท แต่เมื่อนำปุ๋ยไปใส่ไร่อ้อยกลับไม่ได้ผลตามที่เซลโฆษณาอวดอ้าง จากที่เคยได้ผลิตไร่ละ 15 – 20 ตัน ลดลงเหลือเพียงไร่ละ 4 – 5 ตันเท่านั้น
เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยจึงได้ไปติดตามทวงถามกลับได้รับคำตอบจากเซลส์แมนว่า ปุ๋ยได้รับการรับรองจากกระทรวงอุตสาหกรรม มีโรงงานผลิตที่ชัดเจน แต่สาเหตุที่ไม่ได้ผลอาจเป็นเพราะดินมีคุณภาพต่ำ พร้อมขู่ฟ้องกลับหากกล่าวหาว่าปุ๋ยของบริษัทไม่มีคุณภาพ เกษตรกรจึงได้ส่งปุ๋ยที่เหลือไปตรวจที่สำนักวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ปรากฏว่าปุ๋ยยี่ห้อดังกล่าวมีคุณภาพต่ำกว่าปุ๋ยทั่วไปถึง 3 เท่า ทำให้รู้ว่าถูกหลอกขายปุ๋ยปลอมให้ไม่น้อยกว่า 150 รายสูญเงินกว่า 10 ล้านบาท
นายภิญโญ โพธินา ชาวบ้านต.คูเมือง กล่าวว่า ปกติจะซื้อปุ๋ยจากโรงงานน้ำตาลบุรีรัมย์ เมื่อเดือนมี.ค.2552 ได้มีนายสมบูรณ์ ที่รัก ซึ่งเป็นเซลส์แมนมานำเสนอปุ๋ยตรา “แมวไทยคู่ดาว” ในราคากระสอบละ 850 บาท ซึ่งไม่เคยใช้มาก่อน แต่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายไร่ของโรงงานน้ำตาลมาบอกให้ลองใช้
หลังจากนั้นเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยต่างซื้อไว้คนละ 50 – 150 กระสอบคิดเป็นเงินคนละ 50,000 – 120,000 บาท โดยจ่ายเงินสดวันลงปุ๋ย 50% ก่อนแล้วจ่ายงวดที่ 2 ภายใน 1 เดือน หลังจากนั้นประมาณเดือนพ.ค.2552 ได้นำปุ๋ยไปใส่อ้อยที่ปลูกไว้ตามปกติ แต่ปรากฏว่าอ้อยไม่เขียวขึ้น กลับมีใบเหลืองจึงโทรศัพท์ทักท้วงเซลส์แมน แต่ได้รับคำตอบว่าเป็นปุ๋ยมีคุณภาพสาเหตุเพราะดินมีคุณภาพต่ำเกินไป เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่เชื่อเพราะอ้อยไม่มีการเจริญเติบโตขึ้นเหมือนทุกปีที่ผ่านมา แต่จำเป็นต้องใส่อีกเพราะซื้อมาแล้ว
ด้าน นางออนอนงค์ โปรทา ชาวบ้าน ต.ตูมใหญ่ กล่าวว่า ปลูกอ้อยทั้งหมด 40 ไร่ ทุกปีจะได้ผลผลิตอ้อยไร่ละ 15 – 20 ตัน แต่เมื่อนำปุ๋ยยี่ห้อดังกล่าวไปใส่ กลับได้ผลผลิตลดลงเหลือเพียงไร่ละ 4 – 5 ตัน ซึ่งปีนี้นอกจากจะไม่มีเงินไปชำระหนี้สินแล้ว ยังต้องขาดทุนจากการทำไร่อ้อยมีหนี้เพิ่มขึ้นอีก จึงอยากจะเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการเอาผิดและเรียกเงินที่จ่ายไปคืนให้หมดด้วย







