
ครม.ไฟเขียวเว้นภาษีอื้อ-กู้เพียบ
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.นี้ มีมติอนุมัติการใช้เงินและการเว้นภาษีหลายเรื่องที่น่าสนใจ คือมีมติเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริโภค การเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมและการส่งเสริมการศึกษารวม 3 ฉบับ
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.นี้ มีมติอนุมัติการใช้เงินและการเว้นภาษีหลายเรื่องที่น่าสนใจ คือมีมติเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริโภค การเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมและการส่งเสริมการศึกษารวม 3 ฉบับ
ได้แก่ 1.มาตรการภาษีสำหรับการซื้อรถยนต์คันแรก โดยกำหนดให้เงินที่ได้รับจากรัฐสำหรับการซื้อรถยนต์คันแรกเป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ซึ่งเป็นจำนวนเท่ากับภาษีสรรพสามิตของรถยนต์ที่ซื้อแต่ไม่เกิน 1 แสนบาท ทั้งนี้ เฉพาะรถยนต์คันแรกที่ซื้อระหว่างวันที่ 16 ก.ย. 255431 ธ.ค. 2555
2.มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการค้า บริการและการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยให้ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้เป็นจำนวนร้อยละหนึ่งร้อย สำหรับรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าเช่าพื้นที่ ค่าก่อสร้างสถานที่จัดงาน ค่าประกันภัย ค่าระวาง หรือค่าขนส่งสินค้าและอุปกรณ์ที่ใช้ในการออกร้านงานนิทรรศการ งานแสดงสินค้าในประเทศ ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.30 มิ.ย. 2555
และ 3.อนุมัติร่าง พ.ร.ฏ.การยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะให้กองทุนส่งเสริมโรงเรียนเอกชนในระบบ โดยกำหนดให้ยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะให้แก่ กิจการเงินทุนหมุน เวียนเพื่อพัฒนาการศึกษาโรงเรียนเอกชนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) เพื่อสนับสนุนการศึกษาและพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนโรงเรียนเอกชน
ขณะเดียวกันก็มีมติอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กู้เงิน 6,923 ล้านบาท โดยให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อนำไปใช้การเสริมสภาพคล่องการดำเนินกิจการของ ร.ฟ.ท. ได้แก่ เป็นเงินทุนหนุนเวียนในการดำเนินการ การจ่ายเงินบำเหน็จบำนาญให้พนักงานที่เกษียณอายุและการชำระหนี้
ขณะที่มีการประมาณการว่า ปีงบ 2555 ร.ฟ.ท.จะมีรายได้ 8,979ล้านบาท มีรายจ่าย 1.43 หมื่นล้านบาท มีผลขาดทุนสุทธิ 1.39 หมื่นล้านบาท มีเงินสดรับ 2.81 หมื่นล้านบาท มีเงินสดจ่าย 3.56 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้มีเงินสดขาด 7,456 ล้านบาท แต่เมื่อรวมกับเงินสดต้นงวด 533 ล้านบาท จึงขาดเงินสดทั้งสิ้น 6,923 ล้านบาท
นอกจากนี้ ครม.อนุมัติให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กู้เงินตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในวงเงินที่บรรจุอยู่ในแผนบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2555 รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่จะต้องกู้เงินเพื่อชดเชยรายได้จากการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 255330 เม.ย. 2555 วงเงิน 5,842 ล้านบาท
ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กำชับใน ครม.ว่าในส่วนของ ร.ฟ.ท.ขอให้ไปปรับปรุงแผนการดำเนินการระยะ 5 ปี เพื่อลดผลการขาดทุนของกิจการลง รวมถึงการดำเนินการของ ขสมก.จะต้องมีการปรับปรุงเส้นทางเดินรถให้มีประสิทธิภาพเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย
ทั้งหมดนั้นคือการใช้เงินของรัฐบาล







