
โศกนาฎกรรมทางความคิด
"เมื่อไหร่หนอบ้านนี้เมืองนี้ จะได้เห็นคนที่นั่งจ้อแจกแจงแนวทางปรองดองอยู่นั้น คือคนเป็นนายกฯรัฐมนตรีของประชาชน มิใช่เป็นน้องสาวของอดีตนายกฯหนีคดี ที่จะมีความเป็นตัวของตัวเอง ตัดสินใจเด็ดขาดพาชาติให้หลุดจากวังวนวิกฤติความขัดแย้ง"
"เมื่อไหร่หนอบ้านนี้เมืองนี้ จะได้เห็นคนที่นั่งจ้อแจกแจงแนวทางปรองดองอยู่นั้น คือคนเป็นนายกฯรัฐมนตรีของประชาชน มิใช่เป็นน้องสาวของอดีตนายกฯหนีคดี ที่จะมีความเป็นตัวของตัวเอง ตัดสินใจเด็ดขาดพาชาติให้หลุดจากวังวนวิกฤติความขัดแย้ง"
โดย อสนีบาต
ผ่านพ้นวันพระใหญ่ พุทธศาสนิกชนทั่วสารทิศร่วมสร้างกุศลจิต นับเป็นความงามพร้อมของผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ได้ร่วมประกอบกิจกรรมทางพุทธศาสนา จะว่าไปเหมือนภาพแห่งความปรองดองร่วมกันทำนุบำรุงพุทธศาสนาให้เจริญยั่งยืนสืบไป
ขณะที่กงล้อแห่งธรรมขับเคลื่อนเพื่อแผ่ขยายพลังศรัทธาธรรม แต่เส้นทางในทางโลก ก็มีอุปสรรคขัดขวางจากเหล่าเดรัจฉานแฝงกาย ตรงนี้นี่เองที่ทำให้ฝ่ายดีต้องร่วมมือร่วมแรงปกป้องรักษาไม่ให้ผืนแผ่นดินงามสงบเป็นอเวจีตามที่เหล่าเดรัจฉานต้องการ
ในสภาพทางการเมือง ก็ดูจะไม่แตกต่างกัน มีผู้เล่นผ่านตัวนักการเมืองใช้อำนาจผ่านฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ซึ่งมีทั้งผู้แทนมีอุดมการณ์ไม่มีวาระซ่อนเร้น ขณะเดียวกันก็มีพวกเหล่าอวิชา ศรีธนญชัย หรือแม้แต่พวกทำตัวเป็นลูกทาสยุคพ.ศ. 2555 คอยรับใช้บริการเจ้านายโฉดชั่ว
แต่ทั้งหมดทั้งปวง ก็มีประชาชนไม่ตกอยู่ใต้อาณัตฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เฝ้ามอง ตรวจสอบ และพร้อมสกัดกั้นความชั่วช้าเลวทรามของผู้หาประโยชน์ให้กับพวกพ้อง
......................
สภาพของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ รัฐบาลที่มวลสมาชิกพรรคเพื่อไทยแอ่นอกออกมาพูดได้รับเสียงสนับสนุนท่วมท้น เป็นชัยชนะยิ่งใหญ่ที่ได้มาตามระบอบประชาธิปไตย แต่ทว่าห้วงเวลาที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ปกครองบ้านเมือง กับพยายามกระทำตนเหมือนไม่ใช่รัฐบาลที่มีอำนาจในมือ หรือมีอำนาจก็ใช้อำนาจไปทำเรื่องไม่เป็นเรื่องพาลพาคนในชาติเข้ารกเข้าพง
ตั้งสติพิจารณาอีกสักครั้ง ตั้งแต่ยิ่งลักษณ์สัญญาประชาคมในวันแถลงนโยบายรัฐบาล “รัฐบาลของดิฉันจะสร้างประโยชน์สุขเพื่อส่วนรวมไม่ได้เข้ามาหาประโยชน์ให้กับคนใดคนหนึ่ง” ฟังแล้วดูดีมากๆนี่แหละคือรัฐบาลของประชาชน ต้องคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมาก่อน
ทั้งเกษตรกร คนยากจน พี่น้องทุกระดับชั้น ต่างกำลังเผชิญสารพันปัญหา ทั้งปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหาปากท้อง ปัญหาจากการถูกกดขี่ข่มเหง เอารัดเอาเปรียบจากผู้ใช้อำนาจบาตรใหญ่หากินจากชนชั้นล่างผู้เสียเปรียบ เป็นปัญหาที่รัฐบาลต้องให้ความใส่ใจให้ความสำคัญมาอันดับแรกๆ
พร้อมกันนั้นเมื่อเป็นผู้นำรัฐบาลต้องแสดงถึงวิสัยทัศน์มองไกลให้ข้ามไปมากกว่าคนคนเดียว ด้วยการมองไกลไปถึงความเป็นสังคมโลก ที่จะต้องเพียรพยายามสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดวามเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั้งในและนอกประเทศ
“นั่นคือภาวะผู้นำ”เพื่อส่วนรวม
ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ไม่ว่าจะเป็นน้องสาวของใครมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นภรรยาของนาย ก. นายข. ก็ไม่ใช่ประเด็น ถ้าเป็นนายกฯแสดงความเป็นผู้นำ มุ่งหน้าทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมลำดับแรก สังคมย่อมเชิดชูอยู่แล้ว
แต่คนชื่อ”ยิ่งลักษณ์” เมื่อสวมหัวโขนเป็นนายกฯ ก็ไม่อาจสร้างความโดดเด่นแสดงให้เห็นถึงความเป็นตัวของตัวเอง ยังคงต้องเป็นร่างไร้วิญญาณที่รอให้ใครต่อใครที่มีอำนาจนำเข้ามาสวมร่าง
จริงอยู่ทุกคนรับรู้ดี ยิ่งลักษณ์ คือน้องสาวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นนักการเมืองระดับเกรดอีที่ขุดขึ้นมาขัดตาทัพในยามที่ไม่สามารถหาคนคุณภาพและยอมจำนนใบสั่งอดีตผู้นำจากแดนไกลมาทำหน้าที่ได้
ถึงแม้มีคนกลุ่มหนึ่งอึดอัดแต่ก็ต้องยอมรับ มีอีกฟากที่แอบเอาใจช่วยผู้หญิงบานฉ่ำผลักดันกิจการบ้านเมืองให้เกิดสาระประเทศขึ้นบ้าง
แม้ยิ่งลักษณ์จะไม่สามารถเอาอยู่กับมหาอุทกภัยปีที่แล้ว แม้จะไม่สามารถกระชากค่าครองชีพลงมาได้ แต่ก็ยังไม่ใช่เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการบริหารประเทศ ความเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพจำนวนเสียงในสภาแข็งปึ๊ก อยู่ยาวครบ 4 ปี จึงสามารถใช้เวลาที่เหลืออยู่ ทบทวนนโยบายแก้ไขสิ่งผิดสร้างสิ่งใหม่เพื่อความผาสุขประชาชนได้อยู่แล้ว
เสถียรภาพดี โอกาสมี แต่ปรากฎว่ารัฐบาลกลับไม่ใช้ความได้เปรียบที่มีอยู่ สร้างประโยชน์โดยแท้จริง
ยิ่งลักษณ์ ในหมวกของความเป็นผู้นำประเทศ น่าจะเห็นตรงกันกับหลายคน 8-9 เดือนที่ผ่านมา บรรยากาศบ้านเมืองเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย จริงอยู่แม้จะเผชิญภัยพิบัติธรรมชาติ สถานการณ์ของแพง ถูกสื่อวิจารณ์อึ้งมี่ แต่ก็ไม่สามารถเขย่ารัฐนาวาล่มกลางทะเล ตรงกันข้ามเสียงวิจารณ์คือเสียงสวรรค์เหมือนอย่างที่คนในรัฐบาลออกมาบอกพร้อมน้อมรับฟังเพื่อนำมาปรับปรุงตัว ซึ่งก็เป็นเรื่องดีของทุกฝ่ายช่วยกันตรวจสอบดูแลซึ่งกันและกันให้การขับเคลื่อนประเทศชาติเดินไปข้างหน้า
แต่ครั้นพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.มาตุภูมิ เสนอร่างกม.ปรองดอง และประมุขนิติบัญญัติอย่างสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯรวบรัดผลักดันร่างกม.นี้เข้าสู่วาระให้ได้ ทำให้เกิดความวุ่นวายทั้งในและนอกสภาตามมา จุดเชื้อความขัดแย้งรุนแรงรอบใหม่
คนเป็นผู้นำประเทศ จะไม่ทราบเชียวหรือเกิดอะไรขึ้น
ย้อนกลับไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ “ ไม่เคยเห็น ไม่เคยอ่านร่างกม.ปรองดอง” แต่กลับบอกว่า “ในร่างกม.ไม่มีการคืนทรัพย์สินให้พี่ชาย”
อ้าว! ไม่เห็นร่างกม.ประสาอะไร หรือนี่คือ ประสาแม้ว ที่ถูไถผ่านไปวันๆ พยายามลอยตัวเหนือปัญหา ธุระไม่ใช่
เมื่อไหร่หนอบ้านนี้เมืองนี้ จะได้เห็นคนที่นั่งจ้อแจกแจงแนวทางปรองดองอยู่นั้น คือคนเป็นนายกฯรัฐมนตรีของประชาชน มิใช่เป็นน้องสาวของอดีตนายกฯหนีคดี ที่จะมีความเป็นตัวของตัวเอง ตัดสินใจเด็ดขาดพาชาติให้หลุดจากวังวนวิกฤติความขัดแย้ง
แนวทางปรองดองเคยถูกกำหนดอยู่มิใช่หรือ ทั้งจากองค์กร คอป. ชี้ไว้ไม่เห็นด้วยกับการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ขณะที่แนวทางกมธ.ปรองดอง ที่ให้สถาบันพระปกเกล้าศึกษา ก็เคยนำเสนอเป็นขั้นตอนด้วยการระบุ ก่อนจะไปถึงขั้นออกกฎหมายนิรโทษ ควรจะทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายความขัดแย้ง ตั้งวงเสวนาให้ตกผลึก หาความหมายการออกกฎหมายเพื่อประโยชน์ส่วนรวมให้ได้เสียก่อน หรือแม้แต่พี่น้องคนเสื้อแดง ฝ่ายค้านก็เห็นว่าควรจะพิสูจน์หาความจริงจากเหตุการณ์นองเลือดก่อน และเห็นว่าควรบังคับใช้กฎหมายกระบวนการยุติธรรมอย่างเคร่งครัดตัดสิน
แต่แล้วเป็นไง รายงานของคอป. รายงานของกมธ. ส่งเข้าครม. กลายเป็นแค่วาระเพื่อทราบ ปิดเงียบไม่แถลงท่าทีว่าควรจะเป็นการตั้งวงเสวนา หาจุดร่วมให้ได้เสียก่อนอย่างไร
ข้อเสนอต่างๆถูกข้ามขั้นตอนไปหมด โผล่พรวดเสนอกฎหมาย ชนิดที่ฟากลูกทาส 2555 จะลงแดงให้ได้หากกฎหมายไม่ผ่านสภาสมัยนี้
ตั้งคำถามว่า ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนกำหนดไว้ จะมีหรือที่จะเกิดเหตุ เถื่อนดิบในสภา มีหรือจะเกิดรายการเป่านกหวีดนอกสภาเรียกแขกมาชุมนุม สร้างความเขย่าขวัญให้ผู้คนในบ้านเมือง
แม้วันนี้สภาจะเลื่อนพิจารณาร่างกม.ฉบับนี้ไปแล้ว แต่ก็มีความพยายามฮึดรอบใหม่ที่จะผลักดันให้ได้ ซึ่งจะนำมาซึ่งการเคลื่อนทัพผู้เห็นต่างออกมาเผชิญหน้ารอบใหม่ หากเกิดการสูญเสียในชีวิต และความเสียหายของสถานที่ แล้วคนเป็นนายกฯ ยังไม่รู้สึกรู้สาอีกว่าเกิดจากอะไร
ก็น่าเป็นโศกนาฎกรรมทางความคิดที่เรามีผู้นำเยี่ยงนี้







