posttoday
"กรณ์"ซัด"ทักษิณ"เอาแต่ได้

"กรณ์"ซัด"ทักษิณ"เอาแต่ได้

05 มิถุนายน 2555

"กรณ์" ชี้ "ทักษิณ" เอาแต่ได้ไม่ยอมรับผิด ย้ำอดีตนายกรัฐมนตรีทุจริตจริงจึงถูกศาลยึดเงิน 4.6 หมื่นล้านบาท ไม่มีใครไปปล้นตามที่กล่าวอ้าง

"กรณ์" ชี้ "ทักษิณ" เอาแต่ได้ไม่ยอมรับผิด ย้ำอดีตนายกรัฐมนตรีทุจริตจริงจึงถูกศาลยึดเงิน 4.6 หมื่นล้านบาท ไม่มีใครไปปล้นตามที่กล่าวอ้าง

นายกรณ์ จาติกวณิช สส.ปชป. อดีต รมว.คลัง ได้เขียนข้อความบนเฟสบุ๊คส่วนตัว Korn Chatikavanij ว่า "ใครเป็นโจรกันแน่" โดยระบุว่า หนึ่งอาทิตย์ในทางการเมืองมันช่างยาวนาน เมื่ออาทิตย์ที่แล้วทักษิณบอกลาชาวเสื้อแดง และประกาศว่าเป็นการ 'โฟนอิน' เที่ยวสุดท้าย เพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาคำร้องว่าวิธีการแก้รัฐธรรมนูญของทักษิณขัดต่อรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือทักษิณประมาทประชาชนมากเกินไป ไม่คิดว่าคนไทยจะออกมาต่อต้านการ 'ล้างผิด' ตัวเองมากถึงขนาดนี้ จึงเลยต้องหันกับไปพึ่งมวลชนเสื้อแดงอีกครั้ง และการ 'โฟนอิน' เมื่อวานนี้ คงมีความลนลานในใจมาก เพราะทักษิณพูดเละเทะมากเป็นพิเศษ ทักษิณบ่นว่ารัฐบาลกำลังตั้งใจทำงาน แต่มีคนมาปล่อยข่าวปฏิวัติ นอกจากจตุพรแล้ว ผมไม่เห็นใครออกมาพูดข่าวนี้สักคน จนผมเริ่มกังวลว่า ถ้าการออกกฎหมายเถื่อนเหล่านี้ไม่สำเร็จ ทักษิณจะปฏิวัติตัวเองเพื่อดันกฎหมายเหล่านี้หรือไม่ ทักษิณด่าคู่ต่อสู้ว่าต้อง 'รักษากฎหมาย' แล้วก็ด่าศาลรัฐธรรมนูญว่า 'ไม่มีคุณธรรมในการรักษากฎหมาย' เพราะว่าไม่ได้ดังใจเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ผมยังจำได้ เมื่อสามเดือนก่อนชมศาลนักหนา ในวันที่ศาลออกมายืนยันการออกพระราชกำหนดกู้เงินโดยรัฐบาล สรุปทักษิณก็คือทักษิณ เอาแต่ได้ตลอดการ แต่ที่มั่วที่สุด คือการพูดถึงเงิน 46,000ล้านบาท ที่ศาลฎีกาพิพากษายึดเป็นของหลวงเพราะเป็นเงินที่ได้มาจากการทุจริตโกงชาติโกงเมือง ทักษิณบอกว่าก่อนเล่นการเมือง 'ผมมีตังค์มาก่อน' และ 46,000ล้านนั้น 'เป็นเงินที่ผมถูกขโมยไป'

เรื่องนี้ศาลท่านได้พิจารณารายละเอียดหลักฐานของทั้งสองฝ่ายแล้วครับ ง่ายๆก็คือแบ่งเป็นสองส่วนส่วนแรกก็คือทักษิณได้ 'ซุกหุ้น' ไว้ในนามญาติพี่น้องและบริษัทที่จดทะเบียนไว้ต่างประเทศ ที่ต้องทำเช่นนี้เพราะรัฐธรรมนูญเขาห้ามไว้ชัดครับ ไม่ให้ผู้มีตำแหน่งรัฐมนตรีถือหุ้นมากกว่า 5% และห้ามถือหุ้นในกิจการที่ได้รับสัมปทานจากรัฐ สาเหตุเพราะเขากลัวว่านักการเมืองจะใช้อำนาจของตนในการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทที่ตนเป็นเจ้าของ และยิ่งถ้าเป็นธุรกิจสัมปทาน การเอื้อประโยชน์ยิ่งง่ายยิ่ขึ้น ตัวอย่างความพยายามโกหกเรื่องนี้ในศาลมีมากมายครับ แต่ที่ชัดมากที่สุดเรื่องหนึ่งก็คือท่านนายกฯยิ่งลักษณ์ของเรา ที่อ้างว่ามีหุ้นอยู่ 20ล้านหุ้นจริง ไม่ได้ถือแทนพี่ชาย ศาลไม่เชื่อครับ จะเชื่อได้อย่างไรเพราะ มีเงินปันผลมาทุกครั้ง ก็ตีเช็คจ่ายกลับไปให้ทักษิณทันที ทำเป็นว่าชำระคืนหนี้ แต่มีอยู่ปีหนึ่งหนี้ที่ทำสัญญาปลอมไว้ชำระหมดแล้ว แต่คุณยิ่งลักษณ์ยังเอ๋ออยู่ เงินปันผลมาก็ยังส่งต่อทั้งหมดไปให้พี่ชายอยู่ดี แถมเมื่อศาลพิพากษายึด 46,000ล้าน และคืน 30,000ล้านให้ ก็ไม่ปรากฏว่าคุณยิ่ลึกษณ์มีเงินกลับเข้ามาในบัญชีตัวเองแต่อย่างใด ถ้าหุ้น 20 ล้านหุ้นเป็นของตัวเองจริง แล้วเงินที่ได้จากการขายหุ้นอยู่ไหนครับ มีอีกเยอะครับ แต่เอาแค่นี้ก็ชัดแล้วว่า 'ซุก' จริง

และเมื่อศาลพิสูจน์แล้วว่าซุกหุ้น ส่วนต่อไปก็คือการพิจารณาว่า 'เอื้อประโยชน์' ให้บริษัทที่ซุกไว้หรือไม่ ตรงนี้ก็ชัดมากอีกและมีหลายกรณีครับ เช่นเรื่องเอื้อไม่ให้ AIS ต้องจ่ายภาษีสรรพสามิตบ้าง โดยให้องค์การโทรศัพท์ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจจ่ายแทน หรือเรื่องการแก้สัมปทานเพื่อให้ AIS จ่ายส่วนแบ่งรายได้ในระบบ pre-paid น้อยลง ทั้งหมดทำให้บริษัทกำไรมหาศาล และทำให้ราคาหุ้นที่ทักษิณ 'แอบ' ถืออยู่ขึ้นมาจากประมาณ 30,000ล้าน เป็น 76,000ล้าน และนั่นคือที่มาของคำพิพากษายึดส่วนต่าง 46,000ล้าน ทักษิณ 'มีตังค์มาก่อน' จริงครับ แต่ 46,000ล้านนี้มา 'โกงทีหลัง' ที่ศาลได้คืนทุนเดิมให้ ผมว่าก็เมตตาแล้ว วันนี้ยังมีหน้ามาด่าศาลว่าเป็นโจรอีก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท