
กทม.ลุยสุ่มเอาผิดแม่ค้าใช้น้ำมันทอดซ้ำ
กทม.เข้มจับปรับผู้ค้าใช้น้ำมันทอดซ้ำ ปูพรมสุ่มตรวจทั้ง 50 เขต ขู่ปรับสูงสุดถึง 5 หมื่นบาท
กทม.เข้มจับปรับผู้ค้าใช้น้ำมันทอดซ้ำ ปูพรมสุ่มตรวจทั้ง 50 เขต ขู่ปรับสูงสุดถึง 5 หมื่นบาท
นพ.ชวินทร์ ศิรินาค รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ควบคุมน้ำมันทอดซ้ำเพื่อความปลอดภัยทางอาหาร กทม.ในฐานะหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นมากขึ้นตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 โดยจะเพิ่มความถี่ในการสุ่มตรวจสถานประกอบการร้านอาหารและการจำหน่ายอาหารริมบาทวิถี ส่วนจะเรียกค่าปรับถึง 5 หมื่นบาทหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่
นพ.ชวินทร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา กทม.ได้ดำเนินมาตรการอาหารปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่องตามนโยบายของผู้บริหาร โดยสำนักอนามัยได้ร่วมมือกับฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลของสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ในการสุ่มตรวจอาหารให้ถูกต้องตามสุขลักษณะ ซึ่งแต่ละเขตจะมีชุดเครื่องมือทดสอบน้ำมันทอดซ้ำเพื่อตรวจสารโพลาร์ที่เป็นสารก่อมะเร็ง
“ก่อนหน้านี้ กทม.ได้ใช้มาตรการรณรงค์เผยแพร่ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการไปแล้วระยะหนึ่ง หากตรวจพบอาหารที่ไม่ถูกหลักสุขาภิบาล เบื้องต้นจะมีการว่ากล่าวตักเตือนก่อน แต่หลังจากนี้หากตรวจพบว่าผู้ค้ายังไม่ปรับปรุงแก้ไข ทางเขตจะพิจารณาเรียกค่าปรับ” รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย กล่าว
นพ.ชวินทร์ กล่าวว่า ผลการสุ่มตรวจพบว่า ผู้ค้าอาหารริมบาทวิถีส่วนใหญ่ยังมีการใช้น้ำมันทอดซ้ำอยู่มาก ส่วนร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าและร้านอาหารทั่วไปค่อนข้างได้มาตรฐาน โดยสถิติการสุ่มตรวจอาหารในพื้นที่ กทม. 1,000-2,000 ตัวอย่าง พบว่า มีการใช้น้ำมันทอดซ้ำเพียง 6% เท่านั้น
นพ.ชวินทร์ กล่าวว่า กทม.จะใช้มาตรการสุ่มตรวจควบคู่กับการรณรงค์ส่งเสริมความรู้ผู้ประกอบการ นอกจากนี้ยังมีการสร้างเครือข่ายพัฒนาการสุขาภิบาลอาหารริมบาทวิถีตั้งแต่ปี 2553 เพื่อร่วมกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา
ด้าน น.ส.พรรณทิพา งามญาณ ผู้อำนวยการเขตสาทร กล่าวว่า ทางเขตได้จัดทำโครงการกรุงเทพฯ เมืองอาหารปลอดภัย โดยฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลจะตรวจแผงลอยและร้านจำหน่ายอาหาร พร้อมให้คำแนะนำแก่ผู้ค้าในวันที่ 6 มิ.ย. ที่ตลาดคุณหญิงบุญมีและจุดผ่อนผันหน้าตลาด ทั้งนี้ ครม.เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง ห้ามใช้น้ำมันทอดซ้ำเสื่อมสภาพ และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับไปดำเนินการตามมติ







