
ปัญหาของจีน
แม้ทั่วโลกจะสนับสนุนแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน เพราะมองว่าจะช่วยให้ประเทศอื่นๆ
แม้ทั่วโลกจะสนับสนุนแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน เพราะมองว่าจะช่วยให้ประเทศอื่นๆ
ได้รับประโยชน์ร่วมไปด้วย ทว่าบทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ในสหรัฐ กลับมองต่างออกไปว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจคือการสะท้อนปัญหาของจีน
เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา จีนได้เห็นชอบโครง การลงทุนใหม่ 254 โปรเจกต์ และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็เพิ่งจะอนุมัติงบไปอีก 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ กับโรงงานเหล็ก 2 แห่ง
หากมองในระยะสั้นนั้น จีนไม่เหมือนกับยุโรป รัฐบาลจีนยังมีทางเลือกอีกสารพัดวิธีที่จะต่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจซบเซา ซึ่งการซบเซานี้ก็หมายถึงเศรษฐกิจที่ยังโตได้ถึง 8% จากระดับเลขสองหลัก โดยนายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า ยืนยันที่จะให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวนั้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนกลับสะท้อนให้เห็นถึงปัญหา เพราะการกระตุ้นจะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจโตอย่างไม่ยั่งยืน ตัวอย่างที่ชัดเจนคืออพาร์ตเมนต์ที่แห่ผุดขึ้นตามตัวเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งดูไม่ต่างอะไรกับฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่การสร้างโรงงานเหล็กใหม่อีก 2 แห่งนั้น ก็ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าใครจะซื้อเหล็กที่ล้นตลาดในเวลานี้
วอชิงตัน โพสต์ มองว่า เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตไปได้พร้อมๆ กับเสถียรภาพทางการเมืองในอีกหลายปีข้างหน้า ผู้นำรุ่นใหม่ของจีนควรเลือกใช้ยุทธศาสตร์ที่หลากหลายแทน และควรกระจายทรัพยากรไปยังผู้บริโภคทั่วไป ไม่ให้กระจุกเฉพาะการลงทุนในบริษัทของรัฐ โดยอาจใช้การลดภาษี ขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก และเปิดเสรีตลาดการเงินมากขึ้น เพื่อให้คนมีทางเลือกในการลงทุนอื่นนอกจากอสังหาริมทรัพย์ ทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ จีนเองต้องยอมรับการเติบโตที่ช้าลงด้วย
เมื่อการเปลี่ยนอำนาจมาถึง การประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ในเดือน มิ.ย.นี้ แรงกดดันต่างๆ ย่อมมาถึงด้วย และกลุ่มผู้นำใหม่ของจีนก็ต้องใช้ทั้งยุทธศาสตร์การเมืองควบคู่กับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กัน m







