posttoday
วันปรองเดือด

วันปรองเดือด

01 มิถุนายน 2555

เพื่อไทยเดินหน้าปชป.-พันธมิตรฯลั่นขวางทุกทาง/หอการค้าฯคาดเจ๊งยับ

เพื่อไทยเดินหน้าปชป.-พันธมิตรฯลั่นขวางทุกทาง/หอการค้าฯคาดเจ๊งยับ

เพื่อไทยเอาแน่พิจารณา พ.ร.บ.ปรองดองฯ วาระ 1 วันนี้

กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ได้นัดผู้สนับสนุนให้มารวมตัวกันตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันที่ 1 มิ.ย. โดยให้นำอุปกรณ์ คือ เสื้อกันฝน ร่ม ผ้าขนหนู ขวดน้ำ แว่นกันแก๊สน้ำตามาด้วย เพื่อเตรียมรุกเข้าไปในบริเวณรัฐสภา ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ก็ประกาศจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางไม่ให้มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เพื่อการปรองดองแห่งชาติในวาระ 1 ข้างรัฐบาลได้ส่งตำรวจไปเตรียมรับมือร่วม 3,000 นาย

วันที่ 31 พ.ค. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้รวบรัดให้ที่ประชุมเห็นชอบด้วยเสียง 272 ต่อ 2 เสียง ให้เลื่อนร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวขึ้นมาพิจารณา โดยนัดประชุมอีกครั้งในเช้าวันที่ 1 มิ.ย. ทำให้เกิดความปั่นป่วนในสภา สส.พรรคประชาธิปัตย์ถึงกับขว้างหนังสือใส่นายสมศักดิ์ ขณะอยู่บนบัลลังก์

ด้านนายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคร่วมรัฐบาล เปิดเผยว่า วันที่ 1 มิ.ย. ที่ประชุมจะไม่พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว 3 วาระรวด แต่จะรับหลักการในวาระแรกแล้วจะตั้งกรรมาธิการโดยใช้เวลาตามข้อบังคับราว 30-45 วัน

ทั้งนี้ ได้วางตัวผู้ที่จะเป็นประธานกรรมาธิการไว้แล้ว คือ นายสามารถ แก้วมีชัย หรือไม่ก็นายพีรพันธุ์ พาลุสุข สส.พรรคเพื่อไทย

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ทางศูนย์คาดการณ์สถานการณ์ชุมนุมแล้วประเมินว่า หากการชุมนุมยืดเยื้อถึง 1 เดือน แม้จะเป็นไปอย่างสันติ ไม่มีความรุนแรง ซึ่งมีโอกาสเกิดมากสุดในขณะนี้ ก็จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวลดลง 0.1-0.3% หรือมูลค่าหายไป 1-3 หมื่นล้านบาท เศรษฐกิจปีนี้จะโต 5.5-5.9%

ทว่า หากการชุมนุมยืดเยื้อเกินกว่า 3 เดือนขึ้นไป และพัฒนาความรุนแรงถึงระดับปิดล้อมหรือทำลายศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นเพียง 25% จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวลดลง 0.5-0.7% หรือมูลค่าหายไป 6 หมื่น-1 แสนล้านบาท เศรษฐกิจจะขยายตัวลงเหลือ 5%

การคาดการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับผลสำรวจทัศนคติของประชาชนของหอการค้าโพลล์ที่ทำก่อนเหตุการณ์ความวุ่นวายในรัฐสภา เมื่อวันที่ 30 พ.ค. พบว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าการเมืองปีนี้จะมีระดับความรุนแรงมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว และเชื่อว่าจะได้รับผลกระทบทางลบของการเมืองต่อการดำเนินชีวิตมากถึง 31.2%

“คาดว่าในการสำรวจเพื่อจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่จะแถลงต้นเดือน มิ.ย.นี้ ระดับความกังวลของการเมืองจะเพิ่มขึ้นอีก เพราะคนกังวลต่อสถานการณ์การเมืองเป็นปัจจัยเสี่ยงลำดับที่ 2 มากกว่าปัจจัยเสี่ยงด้านเศรษฐกิจยุโรปเสียอีก” นายธนวรรธน์ ระบุ

 

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล