
พธม.ยื่นขอเข้าชุมนุมในสภา
พันธมิตรขีดเส้นตายสภา 1ชม.พิจารณาให้ม็อบเข้าไปชุนนุมในรัฐสภา ลั่นหากไม่มีคำตอบเตรียมเดินมาตรการขั้นต่อไป
พันธมิตรขีดเส้นตายสภา 1ชม.พิจารณาให้ม็อบเข้าไปชุนนุมในรัฐสภา ลั่นหากไม่มีคำตอบเตรียมเดินมาตรการขั้นต่อไป
เมื่อเวลา 14.30 น. แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกกลุ่มพันธมิตรฯ ได้เข้ามายื่นหนังสือต่อนายคัมภีร์ ดิษฐาภรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยื่นจดหมายฉบับที่ 2 พร้อมทวงถามความคืบหน้าในการพิจารณาให้ตัวแทนกลุ่มพันธมิตรฯจำนวน 200 คน เข้าฟังการประชุมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ) ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ....
นายคัมภีร์ ได้อธิบายกับแกนนำว่า ขณะนี้ทางสภาโดยนายพิฑูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อนุญาตให้กลุ่มผู้ชุมนุม จำนวน 200 คน เข้าร่วมรับฟังการประชุม แต่ต้องทยอยเข้าชุดละ 50 คน เนื่องจากพื้นที่ห้องประชุมรองรับได้เพียง 145 คน อีกทั้ง ที่ประชุมก็ได้มีกลุ่มประชาชนขอเข้าฟังก่อนหน้าแล้ว ดังนั้น จึงจำเป็นต้องจัดทยอยให้ผู้ชุมนุมเข้าร่วมรับฟัง
อย่างไรก็ตาม ภายหลังยื่นหนังสือเสร็จ นายปานเทพ ได้ให้สัมภาษณ์หลังว่า พันธมิตรฯได้นำประชาชนมาชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ซึ่งชุมนุมอยู่ที่บริเวณถนนอู่ทองในจนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า อีกทั้ง รัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าวได้บัญญัติในวรรคสองว่า “การจำกัดเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้” และไม่มีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญใดๆทั้งสิ้นในการจำกัดสิทธิ์การชุมนุมในที่สาธารณะและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่ประเทศชาติไม่ได้อยู่ภาวะสงครามหรือช่วงเวลาที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือประกาศกฎอัยการศึก
นอกจากนี้ ประกอบกับเคยเกิดกรณีที่แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) ได้เคยนำผู้ชุมนุมปิดล้อมประตูทางเข้าออกรัฐสภาด้านถนนอู่ทองใน และมีแกนนำบางคนกับพวกได้บุกพังประตูเข้าไปภายในอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2553 และปัจจุบันนี้บางคนที่ได้ถูกดำเนินคดีขณะนั้น ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาล
ขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาลชุดปัจจุบันได้เสนอร่างพ.ร.บ.ปรองดองมีเนื้อหาโดยสรุปว่าให้การกระทำลักษณะดังกล่าวนี้ไม่เป็นความผิดต่อไป และให้ผู้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง
ทั้งนี้แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงขออนุญาตจากท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรขยายพื้นที่เข้าไปใช้สิทธิในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 ในรั้วรัฐสภาบริเวณนอกอาคารรัฐสภา
เนื่องจากวาระเรื่องพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติยังอยู่ระหว่างการพิจารณา จึงขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาพิจารณาเรื่องดังกล่าวนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน และในกรณีที่ไม่อนุญาตทาง พธม. จะกำหนดกิจกรรมและมาตรการลำดับต่อไป
ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา13.40 น. ที่ถ.พิชัยก ลุ่มส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ส.ส.กทม. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ส.ส.กทม.ได้เดินทางมาให้กำลังใจผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อหลากสีและกลุ่มช่องทีวีบลูสกายพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมรับฟังปัญหาเนื่องจากบริเวณนี้เจ้าหน้าที่ได้ป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างแน่นหนา ด้วยการนำแท่งคอนกรีตแบริเออร์พร้อมลวดหนามมาป้องกันการยึดพื้นที่เข้าใกล้ประตูทางเข้า-ออกอาคารรัฐสภาบริเวณประตูประสาทเทวริทธ์
อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ชุมนุมจะรื้อลวดหนามออกเพื่อนำลำโพงกระจายเสียงมาติดตั้งก็ตาม แต่เห็นว่าผู้ชุมนุมยังไม่สามารถเดินทางเข้ามาสมทบได้ทำให้มีจำนวนผู้เข้าร่วมค่อนข้างบางตาอย่างไรก็ตาม ตชด.นเรศวรพร้อมโล่และเครื่องป้องกันจำนวนกว่า 100 นาย เสริมกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชั้น หลังมีข่าวลือว่าผู้ชุมนุมจะบุกยึดรัฐสภาในช่วงบ่ายและจะปิดทางเข้า-ออกของรัฐสภา ขณะเดียวกันในเวลา 14.05น.ได้เกิดเสียงดังคล้ายประทัดดังขึ้นหนึ่งครั้งสร้างความแตกตื่นให้กับผู้ชุมนุมพอสมควร







