
สหรัฐต้องเป็นผู้นำ
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ในสหรัฐ แสดงความเห็นต่อเหตุสังหารหมู่ประชาชนชาวซีเรีย 108 คน ที่หมู่บ้านฮูลา เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า เหตุสะเทือนขวัญอันสุดหดหู่ใจที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องสะท้อนได้อย่างดีว่า แผนแก้ไขความรุนแรงในซีเรียของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่นำโดย โคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการยูเอ็น ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งยังถือเป็นความล้มเหลวทางการทูตที่สุดครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของยูเอ็น
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ในสหรัฐ แสดงความเห็นต่อเหตุสังหารหมู่ประชาชนชาวซีเรีย 108 คน ที่หมู่บ้านฮูลา เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า เหตุสะเทือนขวัญอันสุดหดหู่ใจที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องสะท้อนได้อย่างดีว่า แผนแก้ไขความรุนแรงในซีเรียของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่นำโดย โคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการยูเอ็น ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งยังถือเป็นความล้มเหลวทางการทูตที่สุดครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของยูเอ็น
วอชิงตัน โพสต์ ให้เหตุผลว่า แผนของยูเอ็นที่มุ่งเน้นให้ทั้งสองฝ่ายวางอาวุธและเปิดเจรจากันนั้น ไม่ได้ทำให้เกิดผลดีใดๆ เลย เนื่องจากแม้จะอยู่ภายใต้การบังคับใช้แผนดังกล่าว แต่รัฐบาลซีเรียยังคงเดินหน้าสังหารประชาชนอย่างต่อเนื่อง และนำไปสู่สงครามกลางเมืองทั่วทุกหัวระแหง จนทำให้นับตั้งแต่เริ่มใช้แผนดังกล่าว มี ชาวซีเรียต้องเสียชีวิตไปมาก กว่า 1,000 คนแล้ว
ทั้งนี้ แม้ว่าหลักฐานความล้มเหลวจะปรากฏออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน แต่ดูเหมือนว่า อันนัน จะยังคงไม่ยอมรับความจริงอยู่ เห็นได้จากการเดินทางไปเยือนซีเรียเมื่อวันที่ 29 พ.ค. เพื่อหวังว่าจะชักจูงให้ผู้นำซีเรียดำเนินตามแผนที่ยังไม่ได้นำไปสู่การปฏิบัติ
ขณะเดียวกันตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดี บารัก โอบามา ก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่กล้าหาญพอที่จะลุกขึ้นมาเป็นผู้นำในการจัดการกับความรุนแรงในซีเรียอีกด้วย แม้ว่าล่าสุดนั้นรัฐบาลสหรัฐจะเริ่มเคลื่อนไหวด้วยการเตรียมหารือกับผู้นำรัสเซียในเดือนหน้า เพื่อขอให้กดดันผู้นำซีเรียให้ก้าวลงจากตำแหน่ง และเปิดโอกาสให้ผู้นำคนใหม่ที่มีลักษณะประนีประนอมและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายก้าวขึ้นมาแทนที่ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศต่อไป
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวชื่อดังมองว่า ความหวังดังกล่าวอาจดูเป็นไปได้ยาก เนื่องจากรัสเซียและซีเรียมีความแนบแน่นต่อกันมาก
หากตราบใดที่สหรัฐยังไม่ลุกขึ้นมามีบทบาทต่อการแก้ไขปัญหาความรุนแรง เมื่อนั้นความรุนแรงจะยังคงดำเนินต่อไป และทุกๆ ครั้งที่ลังเลที่จะลงมือดำเนินการ ชีวิตของเด็กๆ และประชาชนซีเรียก็จะยิ่งสูญเสียมากขึ้นทุกขณะต่อไป







