
อย่าให้เสียโอกาส
รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐส่งสัญญาณมาโดยตลอดเวลาว่า ภาคส่วนต่างๆ ในสังคมไทยต้องเตรียมตัวและเตรียมพร้อมรับมือกับการเปิดเสรีอาเซียน แต่การจัดประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ที่กำลังจะเกิดขึ้น แสดงให้เห็นชัดว่าการทำงานของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐกลับไม่ได้ส่งเสริมให้ประชาชนไปในทิศทางดังกล่าวเลย
รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐส่งสัญญาณมาโดยตลอดเวลาว่า ภาคส่วนต่างๆ ในสังคมไทยต้องเตรียมตัวและเตรียมพร้อมรับมือกับการเปิดเสรีอาเซียน แต่การจัดประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ที่กำลังจะเกิดขึ้น แสดงให้เห็นชัดว่าการทำงานของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐกลับไม่ได้ส่งเสริมให้ประชาชนไปในทิศทางดังกล่าวเลย
ในกรณีนี้รัฐบาลเสียงบประมาณด้านการประชาสัมพันธ์ไปจำนวนมาก แต่การรับรู้ของประชาชนว่าจะมีการประชุมดังกล่าวเกิดขึ้น กลับเกิดจากสื่อมวลชนทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ความสนใจกับการเดินทางมาร่วมประชุมของนางอองซานซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านของพม่า ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรสตรีผู้ต่อสู้เพื่อให้ได้มาเพื่อประชาธิปไตยในพม่า และเป็นสัญลักษณ์ในการต่อสู้กับเผด็จการในระดับสากล
ประชาชนไม่ได้รับรู้ว่าการประชุมนี้ว่าด้วยเรื่องอะไร ประเทศจะได้อะไร และจะมีส่วนร่วมอย่างไร ทั้งที่หัวข้อประชุม คือ การมองไปในอนาคตของภูมิภาคนี้
นั่นสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการและวิสัยทัศน์ของรัฐบาลในเรื่องนี้อย่างเด่นชัด
ความไม่ใส่ใจหรือไม่เอาธุระในระหว่างประเทศนี้ปรากฏขึ้นหลายครั้ง ที่ใกล้เคียงกับคราวนี้ก็คือ การจัดประชุมสโมสรโรตารีสากลในประเทศไทย ซึ่งมีสมาชิกโรตารีสากลมาประชุมในเมืองไทยในคราวเดียวมากถึง 3 หมื่นคน แต่หนนั้นรัฐบาลก็ไม่ได้ใช้โอกาสสร้างประโยชน์ให้กับประเทศอย่างที่ควรจะเป็น มิหนำซ้ำ รองนายกรัฐมนตรีผู้หนึ่งซึ่งต้องไปเป็นประธานในพิธีช่วงหนึ่งก็ยังแจ้งงดเสียเฉยๆ โดยไม่สนใจว่างานนี้มีความสำคัญอย่างไร ทำไมต้องไปแสดงตัวในฐานะตัวแทนของประเทศ
การไม่ใส่ใจและไม่รู้จักสร้างโอกาสของประเทศในเวทีต่างประเทศยังปรากฏในอีกหลายๆ กรณี รวมทั้งการเดินทางมาเยือนไทยของนางซูจีนั้นก็เป็นโอกาสที่ดี แต่ไทยก็ทิ้งโอกาสนี้ไปอย่างน่าเสียดาย เพราะถ้าเปรียบเทียบกับสิ่งที่ประเทศอื่นจะทำให้กับนางซูจีในคราวเดียวกันนี้แล้ว มีหลายประเด็นพึงทบทวน รวมทั้งกรณีที่ครั้งหนึ่งมหาวิทยาลัยรามคำแหงเคยมอบปริญญาให้นายฮุนเซน ผู้นำรัฐบาลกัมพูชา
การเยือนไทยของนางซูจีคราวนี้ไทยพลาดอะไรไปหรือไม่ในการแสดงสัญลักษณ์เช่นนี้ และเราควรสรุปบทเรียนอย่างไรจากการมอบปริญญาให้นายฮุนเซน
ยิ่งไม่ต้องไปกล่าวถึงการเปิดเสรีว่าได้ดำเนินไปโดยเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมหรือไม่ และจะมีความรู้ไปสร้างโอกาสและป้องกันมิให้ตนเองเป็นเหยื่อได้หรือเปล่า
โลกในยุคปัจจุบันนั้นเราไม่อาจจะอยู่แบบเดิมอีกต่อไป หากแต่เราต้องอยู่บนฐานของเราอันประกอบไปด้วยความเข้าใจในวิถีไทยอย่างแจ่มชัด และมีความเข้าใจเรื่องความสัมพันธ์กับโลกอย่างแจ่มแจ้ง แต่สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้ารัฐบาลและฝ่ายปฏิบัติยังไม่เปลี่ยนโลกทรรศน์และเปลี่ยนวิธีการทำงาน
เปล่าประโยชน์ที่จะมาเรียกร้องให้ประชาชนเตรียมพร้อม เพราะรัฐบาลเองยังไม่ใส่ใจ







