
ซีรีส์เรื่องของเอเปก
โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์
โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์
สงสัยว่าเรื่องเอเปกที่ผู้เขียนหยิบยกขึ้นมาพูดคราวนี้จะกลายเป็นซีรีส์เกาหลีอีกแล้ว เพราะคงต้องมีอีกหลายตอนกว่าจะจบได้ แม้จะไม่ใช่จบบริบูรณ์ก็ตาม ส่วนจะเป็นจบแบบมีความสุข (Happy Ending) หรือไม่ก็คงต้องให้ท่านผู้อ่านไปตัดสินใจกันเอาเอง เพราะในเวทีแบบนี้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการเปิดตลาดสินค้าและบริการ ย่อมมีทั้งผู้ได้และผู้เสีย แจ็กพอตจะไปตกที่ใครคงขึ้นกับว่า ใครเตรียมพร้อม มือยาวๆ สาวเอาๆ หรือใครยังงงชีวิตอยู่ก็อาจจะลำบากหน่อย
ในฉบับที่ผ่านๆ มา ผู้เขียนได้อธิบายไปแล้วว่าเอเปกคือกลุ่มอะไร มีความเป็นมาอย่างไร มีเขตเศรษฐกิจไหนเป็นสมาชิกบ้าง รวมไปถึงได้สรุปสั้นๆ ถึงผลของการประชุมระดับผู้นำเมื่อปลายปีที่แล้ว คราวนี้ก็น่าจะเข้าสู่เรื่องที่เขาจะประชุมกันในปีนี้เสียที ว่ามีเรื่องที่ขยายสิ่งที่ตกลงกันในปีที่แล้วอะไรบ้าง มีเรื่องใหม่ๆ อะไรเพิ่มบ้าง แถมพอปลายปีจะมีเรื่องอะไรโผล่มาให้ประหลาดใจตอนระดับผู้นำพบกันหรือไม่
ที่จริงในส่วนของการค้าการลงทุนนี้ เอเปกมีคณะกรรมการว่าด้วยการค้าและการลงทุน หรือ CTI (Committee on Trade and Investment) ที่ประชุมกันมาตั้งแต่ต้นปีเพื่อเตรียมการสำหรับรัฐมนตรีเศรษฐกิจ และนำไปเสนอระดับผู้นำประเทศที่จะประชุมกันช่วงประมาณเดือน ก.ย.เป็นด่านสุดท้ายอีกทีหนึ่ง ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีการสานต่อสิ่งที่ผู้นำตกลงกันไว้ใน ค.ศ. 2011 หรือเมื่อปลายปีที่แล้ว เช่น เรื่องของการเติบโตสีเขียว เรื่องของห่วงโซ่อุปทาน การสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคี การอำนวยความสะอาดต่อการค้าสินค้าที่ใช้แล้ว แต่นำมาผลิตใหม่ (Remanufactured Goods) เป็นต้น
คงจำกันได้ว่าในฉบับที่แล้วข้อหนึ่งของสรุปผลการประชุมระดับผู้นำ ค.ศ. 2011 ก็คือ “เรื่องการเติบโตสีเขียว” โดยให้มีการเปิดเสรีการค้าสินค้าและบริการสิ่งแวดล้อม (EGS : Environmental Goods and Services) และกำหนดให้ลดภาษีลงให้เหลืออัตราไม่เกิน 5% ในปี 2015 ซึ่งเรื่องนี้ก็มีการดำเนินการกันมาอย่างต่อเนื่อง มีการยื่นรายการสินค้าที่เห็นว่าควรลดอัตราภาษีลงกันไปแล้วหลายร้อยรายการ แต่ที่น่าสังเกตก็คือ
1.ตัวสินค้าเหล่านี้ อะไรที่จะจัดว่าเป็นสีเขียว คือช่วยลดโลกร้อนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เผอิญผู้เขียนได้เห็นรายการสินค้ามาบ้าง และขอยกตัวอย่างมาให้คิดกันเล่นว่ามี เช่น พัดลม จะถือว่าเป็นสินค้าสีเขียวหรือไม่ หรือแค่ใช้ในชีวิตประจำวัน ถ้าถือว่าเป็นสินค้าสีเขียวก็อาจจะเป็นประโยชน์กับไทย เพราะเราคงผลิตได้ดีและแข่งขันได้ แต่ก็ต้องไปดูอาเซียนอีกว่าตอนที่จะเป็น AEC (ASEAN Economic Community) ใน ค.ศ. 2015 เราได้มีการลดอัตราภาษีสินค้าชนิดนี้กันไปเหลือเท่าไรแล้ว เป็นศูนย์หรือไม่ เรื่องกฎที่เรียกว่า Rule of Origin เป็นอย่างไร และที่สำคัญต้องไม่ลืมว่าจีนก็เป็นสมาชิกเอเปกด้วย ความสามารถในการผลิตสินค้าประเภทนี้ของจีนก็เหนือชั้น น่าจะเป็นการส่งอ้อยให้ช้างเคี้ยวหรือเปล่า ไม่ใช่แค่ส่งอ้อยเข้าปากช้างเฉยๆ
หรือสินค้าเช่น Air Pumps, Air/Other Gas Compressors จะถือเป็นสินค้าสีเขียวหรือไม่ เพราะน่าจะใช้ได้หลายวัตถุประสงค์ ก๊อกน้ำจะเป็นสินค้าสีเขียวหรือไม่ ปอและป่าน หรือ Steam and Other Vapour Turbines ล่ะ ส่วนประกอบเครื่องจักรโรงงานที่เป็นเครื่องช่วยสำหรับใช้งานร่วมกับบอยเลอร์ เครื่องควบแน่นสำหรับหน่วยจ่ายกำลังไอน้ำหรือไออื่นๆ ฯลฯ จะเป็นสินค้าสีเขียวหรือไม่ สิ่งเหล่านี้น่าจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะมาดูการทำงานเป็นสินค้าๆ ไปว่าเทคโนโลยีเป็นอย่างไร เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือไม่ เรียกว่ารายการสินค้าสีเขียวนี้มีตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ ฝ่ายเสนอก็มีทั้งเหตุผลและกระบวนการทำงานของสินค้านั้นมาอธิบายว่าทำไมจึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ภาคเอกชนที่ทำธุรกิจทางนี้ก็ต้องเข้าร่วมมือให้ข้อมูลกับทางราชการให้ดีๆ ไม่เช่นนั้นก็อาจพลาดพลั้งได้ เมื่อต้นปีนี้ก็เห็นว่ายังมีการแลกเปลี่ยนรายการกันอยู่ ผู้เกี่ยวข้องก็คงต้องกระตือรือร้นกันให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะถ้าปลายปีนี้สรุปผลออกมาอีกก็สนุกกันไม่รู้จบ
2.เรื่องที่เกี่ยวกับการลดอัตราภาษีของ AEC ตามที่ผู้เขียนเกริ่นไว้ข้างต้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องดูให้ดี เพราะการที่รายการสินค้ามีเป็นร้อยๆ รายการและต้องลดลงไม่เกิน 5% ภายใน ค.ศ. 2015 ก็ต้องตรวจดูให้ดีว่าสินค้าทั้งหมดนี้อาเซียนลดให้กันเองหรือไม่ และลดลงเป็น 0% ใช่ไหม มีรายการไหนหรือไม่ที่อาเซียนขอสงวนไว้ เพราะถึงแม้ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าอุตสาหกรรม แต่ก็มีที่เป็นสินค้าเกษตรกรรมบ้าง เช่น ปอ ป่าน ที่ยกตัวอย่างมาตอนต้น
นอกจากนี้ ก็ยังมีเรื่องของการสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคี ซึ่งในที่นี้ก็คือ WTO หรือองค์การการค้าโลก โดยเรื่องหนึ่งที่ทำกันใน WTO ก็คือการลดภาษีนำเข้าสินค้า IT ซึ่งอันที่จริงสมาชิก WTO ไม่ได้ร่วมกันทุกประเทศ และจัดเป็นการเจรจาและข้อตกลงที่เรียกว่า Plurilateral Agreement พูดง่ายๆ ว่าประเทศส่วนใหญ่ใน WTO เขาไม่เอาด้วย ก็เลยเป็นแค่ความตกลงมุ้งเล็กในมุ้งใหญ่ ก็เลยไม่รู้ว่าการนำเอาสินค้า IT ทั้งหลายมาเจรจาเปิดตลาดต่อในเอเปกจะเป็นการส่งเสริม สนับสนุนระบบ WTO ที่ตรงไหน แต่ก็นั่นแหละผู้นำเอเปกก็ถูกฉุดกระชากลากถูกันไปแล้วหลายปี ก็เลยต้องตามๆ กันไป และในปีนี้ก็มีการพิจารณาแลกเปลี่ยนรายการสินค้าที่จะลดกันต่อไปอีก การลดอัตราภาษีสินค้า IT เหล่านี้ ถ้าผู้เขียนจำไม่ผิดก็ต้องค่อยๆ ลดกันจนภาษีนำเข้าเป็น 0% เช่นกัน
ก็เห็นจะต้องจบตรงนี้ก่อนและเชิญอ่านภาคต่อไปในสัปดาห์หน้าตามระบบของซีรีส์เกาหลี







