
รัฐดีเดย์โอนเงินกองทุนสตรีก.ค.นี้
"นลินี"ลงพื้นที่นราธิวาส หวังกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีช่วยสร้างสันติสุข เตรียมกดปุ่มโอนเงินให้แต่ละจังหวัดกรกฎาคมนี้
"นลินี"ลงพื้นที่นราธิวาส หวังกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีช่วยสร้างสันติสุข เตรียมกดปุ่มโอนเงินให้แต่ละจังหวัดกรกฎาคมนี้
เมื่อวันที่ 29 พ.ค. นางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะได้เดินทางไปยังจังหวัดนราธิวาส เพื่อร่วมพิธีเปิดโครงการคืนรอยยิ้มให้สตรีนราธิวาสด้วยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีและสมัชชาสตรี ซึ่งจังหวัดนราธิวาสจัดขึ้น ณ โรงแรมอิมพีเรียล อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส
นางนลินีกล่าวว่า รัฐบาลจะจัดสรรเงินลงไปสู่ตำบลและจังหวัด เฉลี่ยจังหวัดละ 100 ล้านบาท หลังจากที่มีการคัดเลือกคณะกรรมการระดับตำบล จังหวัด และกรุงเทพมหานคร รวมถึงองค์กรสตรีที่จะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาบทบาทสตรีระดับชาติ ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิ.ย. และจะกดปุ่มเพื่อโอนเงินให้แต่ละจังหวัดภายในเดือนก.ค.นี้
ทั้งนี้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจะเป็นกองทุนของสตรี โดยสตรี และเพื่อสตรี สมาชิกของกองทุนฯ จะมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนและข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและชุมชน มีเครือข่ายที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน สามารถเข้าร่วมฝึกอบรมกับหน่วยงานต่าง ๆ ตลอดจนต่อยอดการพัฒนากับกองทุนหมู่บ้าน หรือโครงการ SML และได้รับสิทธิพิเศษจากสถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย โดยหวังว่ากองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจะมีส่วนช่วยคืนรอยยิ้มและสร้างสันติสุขให้แก่สตรีชาวใต้ได้อย่างที่ตั้งใจไว้
นางนลินีกล่าวอีกว่า หลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปเยือนบาห์เรนและกาตาร์อย่างเป็นทางการ ถือเป็นการเปิดตลาดใหม่ให้นักธุรกิจไทยโดยเฉพาะผู้ประกอบการอาหารฮาลาล ตามนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลก โดยธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยจะให้สินเชื่ออัตราพิเศษแก่ผู้ประกอบการอาหารฮาลาลที่มีใบอนุญาตผลิตโดยเฉพาะ และผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ขณะเดียวกัน ไทยและกาตาร์ได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกัน 4 ฉบับ คือ ความตกลงว่าด้วยการจ้างแรงงานในกาตาร์ ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรม บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านสาธารณสุข และปฏิญญาร่วมในการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนในผลิตภัณฑ์และโภคภัณฑ์การเกษตร ซึ่งทั้งหมดจะเป็นโอกาสดีสำหรับสตรีและประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งผู้ใช้แรงงาน บุคลากรด้านสาธารณสุข กลุ่มอาชีพหัตถกรรมและเครื่องแต่งกาย ตลอดจนผู้ผลิตอาหาร







