
ยาม้า ยาบ้า ยาไอซ์ และซูโดอีเฟดรีน (3)
โดย...นพ.วิชัย โชควิวัฒน
โดย...นพ.วิชัย โชควิวัฒน
ในญี่ปุ่นก็มีการผลิตและใช้สารแอมเฟตามีนและเมทแอมเฟตามีนอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามพบมีเมทแอมเฟตามีนเหลือใช้จำนวนมาก และทำให้เกิดการแพร่ระบาดของการนำไปใช้ในทางที่ผิด (Abuse) อย่างกว้างขวาง จนทางการออกกฎหมายห้ามผลิตและจำหน่ายยานี้ แต่ก็ไม่ได้ผล หลังยานี้เปลี่ยนสถานะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย การผลิตจำหน่ายก็ยังไม่หยุด แต่ลงใต้ดิน ทางการพยายามออกกฎหมายและเพิ่มมาตรการปราบปราม แต่ก็เอาชนะเครือข่ายอาชญากรรมเช่นแก๊งยากูซ่าไม่ได้
ส่วนในเยอรมนี มีรายงานพบว่าฮิตเลอร์เองก็ใช้สารกระตุ้นนี้เป็นประจำ สารนี้เริ่มมีการควบคุมในเยอรมนีตั้งแต่ช่วงต้นสงครามโลกครั้งที่สอง ในปี พ.ศ. 2484 ส่วนหนึ่งเพราะพบว่าทหารที่ใช้ยานี้ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวยาวนานขึ้น และส่วนหนึ่งมีการนำไปใช้ในทางที่ผิด
ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง มีรายงานว่า กองทัพอังกฤษใช้แอมเฟตามีนไปถึง 72 ล้านเม็ด นักบินอเมริกันก็ใช้แอมเฟตามีนขณะออกบินปฏิบัติการทิ้งระเบิดระยะไกลเพื่อให้ไม่ง่วงและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา แม้ในระยะหลังสงครามก็ยังมีการใช้ยานี้ต่อมาอีกนาน จนเกิดกรณีนักบินอเมริกันทิ้งระเบิดผิดเป้าใส่พวกเดียวกัน คือกรณีทิ้งระเบิดที่ฟาร์มทาร์นัก ที่นักบินเอฟ16 ทิ้งระเบิดใส่ทหารแคนาดาโดยนักบินยอมรับว่าใช้แอมเฟตามีน
นอกจากกองทัพแล้ว มีการนำแอมเฟตามีนไปใช้อย่างกว้างขวางทั้งในหมู่นักเรียน นักศึกษา นักกีฬา นักดนตรี นักเขียน วงการภาพยนตร์ และแม้แต่นักคณิตศาสตร์ สำหรับในวงการดนตรีมีการใช้ยานี้แพร่หลายในกลุ่มคนดนตรีร็อก ทั้งนักดนตรีและนักแต่งเพลง เนื้อเพลงบางเพลงกล่าวถึงการใช้ยานี้โดยตรง
ในหมู่คนขับรถบรรทุกในสหรัฐก็ไม่ต่างจากคนขับรถสิบล้อในบ้านเรา มีการใช้สารเหล่านี้เพื่อให้ตาสว่าง จนกระทั่งประธานาธิบดี เรแกน ได้ออกคำสั่งให้มีการบังคับตรวจปัสสาวะคนขับรถบรรทุก ซึ่งมีผลทำให้การใช้สารเหล่านี้ในคนขับรถบรรทุกลดลงอย่างมากในเวลาต่อมา
แอมเฟตามีนและเมทแอมเฟตามีนเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของคำพังเพยที่ว่า มันเป็นสารที่ “มีคุณอนันต์ แต่มีโทษมหันต์” โดยแท้ จึงมีความพยายามศึกษาวิจัยมากมายเพื่อหาทางควบคุมและแก้ปัญหาของมัน
มีการศึกษาทางชีววิทยาโมเลกุล (Molecular Biology) เพื่อให้ทราบกลไกการออกฤทธิ์ของสารสองตัวนี้ สรุปสั้นๆ ได้ว่า สารนี้มีฤทธิ์ต่อการหลั่งสารสื่อประสาท (Neurotransmitter) สำคัญ 2 ชนิด คือ โดปามีน (Dopamine) และซีโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งมีฤทธิ์สำคัญต่อการทำงานของสมอง ตัวที่สำคัญคือ โดปามีน ซึ่งทำให้รู้สึกสบายเป็นสุข กระปรี้กระเปร่า มีเรี่ยวมีแรง กระฉับกระเฉง
สารเหล่านี้ แต่แรกใช้โดยวิธีการกิน ต่อมามีการพัฒนาวิธีการใช้ทั้งโดยการฉีดและวิธีอื่นๆ แต่วิธีที่พบว่าสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้เสพอย่างมาก คือ การสูดดมควันจากการเผายาบ้าบนแผ่นฟอยล์อะลูมิเนียม วิธีการดังกล่าวจะทำให้ยาออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่กี่วินาที เพราะควันของยาสามารถซึมผ่านเยื่อบุจมูกเข้าสู่สมองทางเส้นประสาทคู่ที่สอง (Olfactory Nerve) ได้เกือบจะในทันที กล่าวกันว่าผู้เสพจะรู้สึก “สุขสุดยอด” เสมือนการถึงจุดสุดยอดจากการร่วมเพศ เชื่อว่าความรู้สึกเช่นนั้นเกิดขึ้นจากการกระตุ้นการหลั่งสารโดปามีนออกมาจำนวนมากอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกดังกล่าวนี้เองที่ทำให้เกิดการเสพติดรุนแรง เพราะทำให้ผู้เสพถึงจุดสุดยอดโดยไม่ต้องหาคู่ร่วมเพศ
สำหรับยาไอซ์ เป็นเมทแอมเฟตามีนที่มีความเข้มข้นสูงและสามารถเสพโดยการสูดดมได้โดยตรง แต่ข้อจำกัดคือทำยากกว่าและราคาแพง
ยาบ้าเข้ามาแทนสารเสพติดเฮโรอีน เพราะสาเหตุสำคัญ 2 ประการ คือ 1) สามารถตอบสนองความรู้สึกได้ใกล้เคียงกัน แต่อันตรายน้อยกว่าเฮโรอีน ซึ่งมักเสพได้โดยการละลายน้ำฉีดเข้าหลอดเลือด ทำให้ถึงตายได้ ดังกรณี “น้ำพุ” ซึ่งเป็นเรื่องโด่งดังเมื่อ 2030 ปีมาแล้ว และเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอดส์ได้มาก 2) ยาบ้าหาได้ง่ายกว่า เพราะกรรมวิธีผลิตง่ายกว่ามาก ไม่จำเป็นต้องใช้สารตั้งต้นจากฝิ่น ซึ่งต้องใช้เวลาปลูกและถูกปราบปรามทำลายได้ง่ายกว่ามาก
“น้ำพุ” เป็นชื่อเล่นของ วงศ์เมือง นันทขว้าง ลูกชายคนโตของ สุวรรณี สุคนธา นักเขียนมีชื่อ น้ำพุตกเป็นเหยื่อของยาเสพติด และเคยเลิกได้โดยไปเลิกที่วัดพระบาทน้ำพุ หลังเลิกได้น้ำพุเขียนเล่าประสบการณ์การเลิกยาเป็นหนังสือเล่มเล็กๆ ซึ่งแพร่หลายมาก แต่ต่อมาน้ำพุกลับไปเสพยาอีก ยาเสพติดที่น้ำพุเสพคือเฮโรอีน ซึ่งเสพโดยการผสมน้ำฉีดเข้าหลอดเลือด ในที่สุดน้ำพุก็เสียชีวิต เชื่อว่าจากการฉีดยาเข้าหลอดเลือดแล้วฤทธิ์ยากดสมองทำให้หยุดหายใจจนเสียชีวิต
ยาบ้า ไม่ทำให้เสียชีวิตปุบปับจากการกดศูนย์หายใจในสมองอย่างกรณีของน้ำพุ แต่ยาบ้ามีผลข้างเคียงมากมาย ตั้งแต่กระสับกระส่าย ใจสั่น หายใจหอบ ความดันสูง ความดันต่ำ ตามัว มึนงง นอนไม่หลับ ใจเต้นรัว มือสั่น ยาขนาดสูงอาจทำให้ชัก หมดสติ หัวใจวาย เป็นต้น
ข้อสำคัญ สารพวกนี้มีฤทธิ์เสพติดสูง โดยเฉพาะจากการเสพโดยวิธีสูดควัน เพราะจะทำให้ระบบควบคุมสารสื่อประสาทถูกทำลาย ทำให้หาความสุขจากวิธีอื่นได้ยากหรือไม่ได้ ต้องพึ่งยามากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อจะเลิกยาก็เลิกได้ยาก เพราะสมองส่วนที่ถูกทำลายไปต้องใช้เวลา หลายเดือนหรือเป็นปีกว่าจะฟื้นตัว หรืออาจไม่ฟื้นตัวก็ได้ ผู้ติดยานี้จึงรักษาหายยากมาก รักษาแล้วส่วนใหญ่มักกลับไปเสพอีก
ที่เล่าถึงฤทธิ์และพิษภัยของยาบ้า ยาไอซ์มานี้ ก็เพื่อให้เห็นว่าปัญหานี้มีความซับซ้อน และแก้ไขได้ไม่ง่ายเลย







