posttoday
ชำแหละกม.ปรองดอง"เหวี่ยงแห-ยุ่งเหยิง"

ชำแหละกม.ปรองดอง"เหวี่ยงแห-ยุ่งเหยิง"

28 พฤษภาคม 2555

อ.นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ชำแหละเนื้อหา พ.ร.บ.ปรองดอง พบเนื้อหาเหวี่ยงแห เสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญ

โดย...ทีมข่าวการเมือง

“กิตติศักดิ์ ปรกติ” อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้วิจารณ์ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรองดองว่าเนื้อหาของกฎหมายไม่มีขอบเขตที่แน่นอน คือ ไม่ระบุว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่ควรได้รับผลประโยชน์จากกฎหมายนี้ ซึ่งอาจวิเคราะห์ได้ว่า คนร่างต้องการให้มีเนื้อหาเปิด เพื่อให้มีการตีความกว้างขวางไว้ที่สุด เป็นการเหวี่ยงแหเนื้อหากฎหมาย ซึ่งเสี่ยงขัดต่อรัฐธรรมนูญและยังมีปัญหาในทางปฏิบัติตามมาอีกมาก

“ถ้าคนร่างต้องการเอาคดีเดียวหรือเพื่อคนคนเดียวเป็นตัวตั้ง บ้านเมืองจะวุ่นวายแน่ จะมีแรงต่อต้านอย่างมหาศาล”

“กิตติศักดิ์” ได้ยกตัวอย่างความไม่แน่นอนของกฎหมาย โดยได้ตั้งคำถามว่า ในมาตรา 3 ซึ่งระบุว่า เหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. 2548 จนถึงวันที่ 10 พ.ค. 2554 หากมีการกระทำใดที่เป็นความผิดตามกฎหมาย ให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดต่อไป คำถามคือระหว่างวันที่ 19 พ.ค. 2553 ซึ่งเป็นวันยุติการชุมนุมถึงวันที่ 10 พ.ค. 2554 มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ใครแสดงออกช่วงนี้ที่ได้รับประโยชน์จากกฎหมาย

ชำแหละกม.ปรองดอง"เหวี่ยงแห-ยุ่งเหยิง" กิตติศักดิ์

ดังนั้น ต้องถามว่าทำไมกฎหมายฉบับนี้ จึงยืดเหตุการณ์ครอบคลุมจนถึงวันที่ 10 พ.ค. 2554 ซึ่งคนร่างต้องการคุ้มครองการแสดงออกของใครที่ได้แสดงความเห็นที่ผิดกฎหมายในช่วงนี้ รวมถึงความผิดเรื่องหมิ่นตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญาด้วยหรือไม่

นอกจากนี้ ที่สำคัญคือไปเขียนว่าทั้งการกระทำของผู้ชุมนุมหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ทำหน้าที่ป้องกันก็ไม่ต้องรับผิด นั้นแสดงให้เห็นว่าเสรีภาพในชีวิตร่างกายที่ได้รับการคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญ จากนี้เสรีภาพของร่างกายก็อาจถูกกระทบได้จากเจ้าหน้าที่รัฐได้

“กิตติศักดิ์” ยังชี้ให้ความไม่ชัดเจนแน่นอนของกฎหมายมาตรา 5 ที่ระบุว่า ให้ถือว่าบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการหรือการปฏิบัติทั้งหลายขององค์กร หรือคณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งโดยประกาศ หรือคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ คปค. ให้ถือว่ามิได้เป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือเป็นผู้กระทำความผิด

คำถามคือ เป็นประกาศฉบับใด หรือคำสั่งฉบับใด หรือการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรใด ที่ถือว่าเป็นเหตุร้ายแรงบุคคลที่ได้รับผลกระทบควรได้รับการคุ้มครอง เพราะถ้าเขียนไว้เช่นนี้เท่ากับหมายความว่า ประกาศทุกประกาศ หรือคำสั่งทุกคำสั่งของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ใช่หรือไม่

นอกจากคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) แล้วคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชุดนี้ก็เกิดจาก คมช. ได้ตัดสินคดีเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค. 2551 เหตุการณ์สลายพันธมิตรฯ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ครั้งนี้ ถูกชี้มูลว่าใช้อำนาจโดยไม่ชอบต้องออกจากราชการ หากกฎหมายนี้บังคับใช้ พล.ต.อ.พัชรวาท ก็ได้รับประโยชน์ด้วย คำถาม พล.ต.อ.พัชรวาทมีสิทธินำเรื่องมาฟ้อง ป.ป.ช.ได้หรือไม่ ถ้าฟ้องได้ก็ต้องยุ่งกันแน่

รวมทั้งคดีที่เกี่ยวกับการทุจริต ที่ ป.ป.ช.ตัดสินไปหลายคดีแล้ว รวมทั้งเรื่องทุจริตของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งได้รับประโยชน์อยู่แล้ว ซึ่งยังไม่นับรวมเรื่องที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ คมช.แต่งตั้งขึ้นมาหากกฎหมายที่ออกมาโดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.) แล้วมีคนเห็นว่าได้รับผลกระทบก็นำมาลบล้างได้ หรือ กกต.ชุดนี้ก็มาจาก คมช.เช่นกัน หากกระทำเรื่องใดที่คนเห็นว่าได้รับผลกระทบก็จะหยิบกฎหมายนี้มาลบล้างเรื่องนั้นได้

“นี้คือปัญหาของขอบเขตเนื้อหากฎหมายที่ไม่มีความชัดเจน หรือมีความแน่นอนว่าเป็นคำสั่งใด เป็นการกระทำขององค์กรใดและกระทำในเรื่องอะไร หากร่างยังเป็นเช่นนี้ ก็จะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองแน่ ผลกระทบต่างๆ ขององค์กรต่างๆ ถูกหยิบมาลบล้างได้ และจะทำให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ” นายกิตติศักดิ์ กล่าวปิดท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท