
อุตฯแก้วกระอักต้นทุนขยับ30%
หาลู่ทางขยายลงทุนเพื่อนบ้านหลังราคาพลังงานแรงงานพุ่ง
หาลู่ทางขยายลงทุนเพื่อนบ้านหลังราคาพลังงานแรงงานพุ่ง
อุตสาหกรรมแก้วกระจก อ่วมต้นทุนทั้งพลังงานแรงงานและวัตถุดิบพุ่ง 30% เมินขยายการลงทุนในประเทศ
นายวิโรจน์ ชูโชติถาวร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมแก้วและกระจก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรม แก้วและกระจกต้องเผชิญกับปัญหาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น 2030% จากต้นทุนการผลิตเดิม ทั้งต้นทุนพลังงาน เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20% เนื่องมาจากการปรับราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) และก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) ปรับขึ้นราคา ประกอบกับต้นทุนแรงงานก็ขยับขึ้นอีก 10% จากนโยบายขึ้นค่าจ้าง 300 บาท
นอกจากนี้ ยังมีต้นทุนอีกส่วนหนึ่งที่อุตสาหกรรมแก้วและกระจกต้องเผชิญ คือ ต้นทุนทรายแก้ว ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแก้วและกระจก ที่ต้องนำเข้าจากเวียดนามและอินโดนีเซีย แม้ว่าในไทยมีแหล่งทรายแก้วมาก แต่ไม่สามารถนำมาใช้ได้ เพราะติดปัญหาการขอสัมปทานที่ล่าช้า โดยปัจจุบันราคาทรายแก้วที่ซื้อขายในประเทศมีราคาเฉลี่ยที่ 700 บาทต่อตัน แต่ราคานำเข้าอยู่ที่ประมาณ 1,600 บาทต่อตัน
ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมแก้วและกระจกได้ตั้งคณะทำงานติดตามการแก้ไขปัญหาเรื่องทรายแก้ว โดยอยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลและจะเริ่มมีแผนงานแก้ไขปัญหาระยะสั้นและระยะยาวออกมาภายในปี 2555 นี้ โดยเป้าหมายคือ ต้องการให้สามารถนำทรายแก้วที่มีอยู่มากในประเทศไทยนำมาใช้ได้เร็วขึ้น เช่น สามารถขอสัมปทานได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด แต่ในระยะสั้นนี้ผู้ประกอบการคงต้องแก้ปัญหาด้วยการนำเข้าไปก่อน
นายวิโรจน์ กล่าวว่า จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ภาคเอกชนต้องพยายามปรับตัวและลดต้นทุนเท่าที่จะทำได้ แต่เมื่อมองถึงโอกาสในการขยายการลงทุนในอนาคต ยอมรับว่าหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ อนาคตการลงทุนของอุตสาหกรรมแก้วและกระจกในไทยคงยากขึ้น และผู้ประกอบการคงมองการลงทุนในต่างประเทศแทน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีศักยภาพอย่างเวียดนามและอินโดนีเซีย เนื่องจากมีแหล่งวัตถุดิบ ต้นทุนพลังงานอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ และที่สำคัญคือในอนาคตอาเซียนจะเป็นตลาดใหญ่ที่มีการเติบโต จึงเหมาะที่จะเป็นฐานการผลิตเพราะใกล้ตลาด
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งนี้ผู้ประกอบการไม่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลอุ้มภาคอุตสาหกรรม แต่ต้องการให้รัฐบาลคำนึงถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพราะอุตสาหกรรมของไทยผลิตเพื่อส่งออก ดังนั้น หากต้องการส่งเสริมการปรับราคาพลังงานก็ควรอยู่ในระดับที่ทำให้เอกชนสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้
กลุ่มอุตสาหกรรมแก้วและกระจกมีสมาชิกประมาณ 20 บริษัท มีแรงงานไม่ต่ำกว่า 1.3 หมื่นคน ปัจจุบันอุตสาหกรรมแก้วและกระจกมีมูลค่าการส่งออกปีละประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท







