posttoday
ตร.สั่งเร่งล่าตัวคนขับมินิชนพลเมืองดี

ตร.สั่งเร่งล่าตัวคนขับมินิชนพลเมืองดี

27 พฤษภาคม 2555

รองผบช.น.สั่งชุดสืบสวนเร่งติดตามคนขับ มินิ คูเปอร์ชนพลเมืองดีบาดเจ็บ เชื่อไม่ติดป้ายทะเบียนขาวส่อเจตนาคนขับชัด

รองผบช.น.สั่งชุดสืบสวนเร่งติดตามคนขับ มินิ คูเปอร์ชนพลเมืองดีบาดเจ็บ เชื่อไม่ติดป้ายทะเบียนขาวส่อเจตนาคนขับชัด

พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานจราจร เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในการติดตามจับกุมตัวคนขับรถมินิคูเปอร์สีแดง ขับรถชนพลเมืองดีจนได้รับบาดเจ็บสาหัสถึง 4 คนแล้วหลบหนีไปว่า  ขณะนี้ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุยังบ้านพักของผู้ขับขี่และของครอบครัวรวมทั้งแหล่งต้องสงสัยต่างๆ เพื่อจับกุมตัวให้ได้แล้ว หลังจากที่สามารถตรวจยึดรถคันก่อเหตุได้ที่อู่ซ่อมรถย่านเอกชัย

ตร.สั่งเร่งล่าตัวคนขับมินิชนพลเมืองดี

"รถคันดังกล่าวติดทะเบียนป้ายแดง 4721 ทั้งๆที่ข้อเท็จจริงรถคันนี้มีทะเบียนป้ายขาวแล้วคือ ทะเบียน ฆก-5232 กทม. มีชื่อเจ้าของรถเป็นหญิงชราอายุ 81 ปี แต่ผู้ขับขี่กลับเอาทะเบียนป้ายแดง 4721 เอามาติดรถโดยใช้กาวสองหน้ามาติดไว้  สามารถเอาถอดเข้าถอดออกได้ เป็นการแสดงเจตนาที่ชัดเจนของผู้ขับขี่ และทะเบียนป้ายแดงนี้ ทางบริษัทนำเข้ามินิคูปเปอร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจไปสอบสวนแล้ว ก็ยืนยันว่าไม่มีป้ายแดงดังกล่าวให้กับรถมินิ"พล.ต.ต.วรศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนทำการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ครบถ้วนทุกข้อหาที่กระทำผิด และได้สั่งการให้เจ้าหน้าทีตำรวจสายสืบออกติดตามไล่ล่าผู้ขับขี่รถคันก่อเหตุดังกล่าวตามแหล่งต้องสงสัยต่างๆ พร้อมกันนี้ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรให้ใช้มาตรการในการตรวจสอบรถที่วิ่งบนท้องถนนอย่างเข้มงวดต่อไป จะปล่อยให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกไม่ได้โดยเด็ดขาด

"ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามไล่ล่าผู้ก่อเหตุในคดีมาดำเนินคดีตามกฏหมายให้ได้โดยเร็ว ไม่ปล่อยให้คนชั่วลอยนวลโดยเด็ดขาด"พล.ต.ต.วรศักดิ์กล่าว

ด้าน พ.ต.ท.ณัฐพล โกมินทรชาติ รอง ผกก.งานศูนย์ควบคุมจราจร ด่วน1 กก.2 บก.จร. (สน.ทางด่วน1) กล่าวว่า ขณะนี้ทนายความเจ้าของรถมินิคูเปอร์ได้ติดต่อผ่านทางคนอื่นมาถึงตนว่านางหงษ์ แซ่ลี้ เจ้าของรถและนายเอ ที่คาดว่าจะเป็นคนขับรถจะเข้ามาให้ปากคำเร็วๆนี้ แต่ไม่ได้ระบุว่าเมื่อไหร่

อย่างไรก็ตามทางตำรวจได้นำหมายเรียกไปติดไว้ที่หน้าบ้านให้มาให้ปากคำในฐานะพยานในวันที่ 28 พ.ค.เวลา 09.00 น. ซึ่งก็ยังไม่ทราบว่าทั้งสองคนจะเข้ามาพบพนักงานสอบสวนหรือไม่ หากไม่มาพบตามหมายเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจจะออกหมายเรียกอีกครั้งเป็นครั้งที่ 2 ตอนนี้ทางทนายความเจ้าของรถก็ได้ไปเยี่ยมและพูดคุยกับทางผู้เสียหายแล้ว

จากการตรวจสอบภายในรถเจ้าหน้าที่ตำรวจพบเอกสารที่อยู่ภายในมีชื่อนางหงษ์ แซ่ลี้ อายุ 84 ปี อาศัยอยู่ย่าน บางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร เป็นเจ้าของและเอกสารการเรียนของ นายชลวิทย์ หิรัญชัชวาลย์ อายุ 18 ปีโดยพนักงานสอบสวนได้สอบพยานไปหลายปากรวมทั้งเจ้าของอู่รถให้การว่า มีรถยกนำรถคันดังกล่าวมาทิ้งไว้ที่อู่ โดยมีเจ้าของโทรศัพท์มาแจ้งให้ซ่อม

นอกจากนี้ได้เรียกบิดาของนายชลวิทย์ มาสอบปากคำ ซึ่งก็ยอมรับว่ารถคันดังกล่าวเป็นของนางหงษ์จริง ได้ซื้อให้หลานชาย และขณะนี้ก็ไม่ทราบว่าทั้งลูกชายและอาม่าหายตัวไปไหน ซึ่ง เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าในวันเกิดเหตุนั้นนายเอเป็นคนขับจริงหรือไม่ คงต้องรอผลพิสูจน์หลักฐานอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท