
กทค.เร่งประกาศใช้‘ร่างไกล่เกลี่ยฯ’
หวังเพิ่มทางเลือกแก้ขัดแย้ง หวั่นเปิด3จีเจอสารพัดปัญหา
หวังเพิ่มทางเลือกแก้ขัดแย้ง หวั่นเปิด3จีเจอสารพัดปัญหา
กทค.เห็นชอบ “ร่างไกล่เกลี่ยฯ” เตรียมถกบอร์ด กสทช.ก่อนทำประชาพิจารณ์ มั่นใจไม่ทำให้ผู้บริโภคเสียประโยชน์
นายสุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกฎหมาย ในฐานะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า จากการที่บอร์ด กทค. มีมติเห็นชอบในหลักการของร่างระเบียบ กสทช. เรื่อง “การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมและผู้ร้องเรียน พ.ศ. ...” ไปแล้ว สำนักงาน กสทช. ต้องนำเสนอร่างดังกล่าวต่อบอร์ด กสทช. เพื่อขอความเห็นชอบในหลักการ ก่อนที่จะนำร่างดังกล่าวเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อไป
ตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553
อย่างไรก็ตาม ระบบไกล่เกลี่ยนั้น ไม่ได้นำมาแทนที่กระบวนการพิจารณาเรื่องร้องเรียนข้อพิพาทโทรศัพท์มือถือ ที่ กสทช.ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติอยู่แต่อย่างใด เนื่องจากหลักการของร่างระเบียบไกล่เกลี่ยฯ คือ แยกกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทออกจากกระบวนการพิจารณาเรื่องร้องเรียน
“การเข้าสู่ระบบไกล่เกลี่ยจะเป็นไปตามความสมัครใจของคู่กรณี และคู่กรณีไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น หากข้อพิพาทนั้นสามารถไกล่เกลี่ยสำเร็จ กสทช. ก็จะทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้ แต่หากไม่สามารถไกล่เกลี่ยได้สำเร็จ ทางผู้ร้องก็ไม่เสียสิทธิ เพราะ กสทช.จะต้องส่งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการรับเรื่องร้องเรียนตามช่องทางปกติต่อไป” นายสุทธิพล กล่าว ส่วนประเด็นที่ว่าขณะนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนเข้าสู่ระบบการไกล่เกลี่ยนั้น เนื่องจากร่างระเบียบไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมและผู้ร้องเรียน พ.ศ. ... ได้ผ่านความเห็นชอบในหลักการของบอร์ด กทค. แล้ว และอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของบอร์ด กสทช. ก่อนที่จะ เข้าสู่ขั้นตอนของการรับฟังสำหรับ ความคิดเห็นสาธารณะ ดังนั้นกระบวนการพิจารณาเรื่องร้องเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือของสำนักงาน กสทช.ในขณะนี้ จึงยังไม่สามารถนำเอาขั้นตอนและวิธีปฎิบัติที่ระบุไว้ในร่างระเบียบ กสทช. เรื่องว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมและผู้ร้องเรียน พ.ศ. ... มาใช้ได้ เนื่องจากร่างระเบียบฯฉบับนี้ยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการที่จะบังคับใช้ และถึงแม้ว่าร่างระเบียบฯฉบับนี้จะผ่านขั้นตอนต่างๆ จนมีผลบังคับใช้ในทางปฏิบัติ ก็ไม่ได้หมายความว่า กสทช. จะยกเลิกกระบวนการพิจารณาข้อพิพาทเรื่องร้องเรียนโทรศัพท์มือถือที่ทางสำนักงาน กสทช. ดำเนินการอยู่ในขณะนี้แต่อย่างใด และหากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆก็คือ
สำหรับ ร่างระเบียบ กสทช. เรื่องว่าด้วยการไกล่เกลี่ยฯ นี้ ข้อพิพาทระหว่างผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมและผู้ร้องเรียน พ.ศ. ... เป็นแค่เพียงมาตรการเสริมในกระบวนการพิจารณาข้อพิพาทเรื่องร้องเรียนโทรศัพท์มือถือ ที่ทางสำนักงาน กสทช.ใช้อยู่ในปัจจุบันเท่านั้น จึงควรที่จะเร่งผลักดันให้ร่างระเบียบไกล่เกลี่ยฯ ฉบับนี้ ออกมามีผลบังคับใช้โดยเร็ว
ทั้งนี้ เนื่องจากทิศทางเกี่ยวกับข้อพิพาทด้านโทรศัพท์มือถือนั้น คาดว่าจะเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังจากที่ กสทช.เปิดประมูลใบอนุญาต 3จี ไปแล้ว ก็จะทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคการใช้เทคโนโลยีในระบบ 3จี ซึ่งนั่นหมายถึงปริมาณข้อพิพาทการใช้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือก็จะเพิ่มขึ้นด้วย
“การนำวิธีการปฏิบัติที่ระบุไว้ในร่างระเบียบไกล่เกลี่ยมาใช้ต่อการระงับข้อพิพาทก็จะเป็นประโยชน์ เพราะการไกล่เกลี่ยนอกจากจะเป็นผลให้ข้อพิพาทเสร็จสิ้นไปได้โดยความรวดเร็ว และคู่กรณีไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆแล้วยังเป็นผลให้ข้อพิพาทระงับลงด้วยความพอใจของคู่กรณี หรือที่ เรียกว่า “วิน วิน” ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ในขณะเดียวกันปริมาณเรื่องร้องเรียนก็จะไม่ตกค้างอยู่ในขั้นตอนพิจารณาของสำนักงาน กสทช. อีกด้วย
“การนำระบบไกล่เกลี่ยมาใช้เพื่อระงับข้อพิพาทโทรศัพท์มือถือนั้น ถือเป็นเรื่องที่ดีและควรเร่งผลักดันให้ร่างระเบียบฯ นี้ มีผลในทางปฏิบัติโดยเร็ว เพื่อเพิ่มทางเลือกในการระงับข้อพิพาทให้กับผู้บริโภค จึงไม่ควรมีขบวนการใดๆ เข้ามาเตะถ่วงหรือดึงเรื่องนี้ออกไป” นายสุทธิพล กล่าว







