
โพลชี้9เดือนนโยบายรัฐไม่ครอบคลุมประชาชน
เอแบคโพลล์เผยผลงานรัฐบาล 9 เดือนไม่ครอบคลุมพื้นที่ประชาชนได้ประโยชน์ ชี้ให้ความสำคัญกับผู้มีรายได้น้อยในระดับปานกลาง
เอแบคโพลล์เผยผลงานรัฐบาล 9 เดือนไม่ครอบคลุมพื้นที่ประชาชนได้ประโยชน์ ชี้ให้ความสำคัญกับผู้มีรายได้น้อยในระดับปานกลาง
นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง เสียงประเมินของสาธารณชนต่อนโยบายสาธารณะลดความเดือดร้อนของประชาชนในการทำงานของรัฐบาลรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทั่วไปที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัดของประเทศจำนวนทั้งสิ้น 2,441 ตัวอย่างระหว่างวันที่ 20-26 พ.ค.พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือ 56.1% ประเมินการทำงานของรัฐบาลว่าการแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชนยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ดีอย่างที่คิดหรือคาดหวังไว้ โดยในชุมชนยังมีการค้ายาเสพติดกันเหมือนเดิม
นอกจากนี้ ยังพบเห็นแหล่งมั่วสุมในชุมชน มีการจับแล้วปล่อย พวกที่ผ่านการบำบัดออกมาก็กลับมาเสพยาค้ายากันเหมือนเดิม เป็นต้น มีเพียง 43.9% ที่ระบุว่าสามารถแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชนได้ดีแล้ว
กลุ่มตัวอย่าง 53.0% ยังระบุอีกว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันให้ความสำคัญเพียงแค่ระดับปานกลางกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ในขณะที่ 27.1% เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญน้อยถึงไม่ให้ความสำคัญเลย อย่างไรก็ตาม 19.9% ระบุรัฐบาลให้ความสำคัญมากถึงมากที่สุดกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย
เมื่อสอบถามเป็นรายโครงการ มาตรการ มติและนโยบายของรัฐบาลในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมาว่า ใครได้ประโยชน์จากโครงการต่างๆ ของรัฐบาล ผลสำรวจพบว่า โครงการเรียนฟรี 15 ปี เป็นโครงการที่ประชาชนส่วนใหญ่ 82.7% มองว่าประชาชนได้ประโยชน์ ขณะที่ 40.3% ระบุกลุ่มการเมืองได้ประโยชน์ และ 12.6 ระบุว่ากลุ่มธุรกิจได้ประโยชน์
ทั้งนี้ มาตรการรถเมล์ฟรี ลดภาระใช้จ่ายค่าน้ำประปา และไฟฟ้า ประชาชน 79.5% ระบุประชาชนได้ประโยชน์ 62.8% ระบุกลุ่มการเมืองได้ประโยชน์ และ 20.3% ระบุกลุ่มธุรกิจได้ประโยชน์
นโยบายเงินเดือนขั้นต่ำข้าราชการปริญญาตรี 15,000 บาท พบว่า 78.1% ระบุประชาชนได้ประโยชน์ 52.4% ระบุกลุ่มการเมืองได้ประโยชน์ และ 13.4% ระบุกลุ่มธุรกิจได้ประโยชน์
นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท พบว่า 76.5% ระบุประชาชนได้ประโยชน์ ในขณะที่ 45.2% ระบุกลุ่มการเมืองได้ประโยชน์ และ 19.7% ระบุกลุ่มธุรกิจได้ประโยชน์
สำหรับมาตรการควบคุมราคาอาหารปรุงสำเร็จ พบว่า ส่วนใหญ่ 69.0% ระบุประชาชนได้ประโยชน์ 41.7% ระบุกลุ่มธุรกิจได้ประโยชน์และ 40.7% ระบุกลุ่มนักการเมืองได้ประโยชน์ ขณะที่โครงการธงฟ้าราคาประหยัด พบว่า 65.0% ระบุประชาชนได้ประโยชน์ 52.4% กลุ่มการเมืองได้ประโยชน์ และ 46.9% กลุ่มธุรกิจได้ประโยชน์
ส่วนโครงการบ้านหลังแรก พบว่า ส่วนใหญ่ 69.3% ระบุกลุ่มธุรกิจได้ประโยชน์ 48.4% กลุ่มการเมืองได้ประโยชน์ และ 47.7% ระบุประชาชนได้ประโยชน์
ขณะที่โครงการล่าสุดคือ โครงการโชว์ห่วยช่วยชาติ ร้านถูกใจ พบว่าส่วนใหญ่ 57.9% ระบุกลุ่มธุรกิจได้ประโยชน์ 58.1% ระบุกลุ่มการเมืองได้ประโยชน์ แต่มีเพียง 46.1% ที่ระบุว่าประชาชนได้ประโยชน์จากโครงการโชว์ห่วยช่วยชาติ ร้านถูกใจ
ส่วนโครงการรถยนต์คันแรก และโครงการแท็บเลตนักเรียน กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 71.3% และ 75.6% ระบุกลุ่มธุรกิจได้ประโยชน์จากโครงการทั้งสองตามลำดับ
ที่น่าเป็นห่วงคือ เมื่อถามถึงการครอบคลุมพื้นที่ที่ประชาชนได้ประโยชน์จาก โครงการ มาตรการ มติ นโยบายต่างๆ ของรัฐบาลในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ระบุ ทุกโครงการ ทุกมาตรการ ทุกนโยบายที่ถูกศึกษาครั้งนี้ มีปัญหาไม่ครอบคลุมพื้นที่ ยกเว้นเพียงนโยบายเรียนฟรี 15 ปีเท่านั้น
ทั้งนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการแท็บเลต นักเรียน และโครงการร้านโชว์ห่วยช่วยชาติ ร้านถูกใจที่มี 85.9% และ 84.1% ระบุมีปัญหาไม่ครอบคลุมพื้นที่ นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่าง 79.3% ระบุโ;jkครงการธงฟ้าราคาประหยัดมีปัญหาไม่ครอบคลุมพื้นที่
ขณะที่โครงการอื่นๆไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านหลังแรก นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท มาตรการควบคุมราคาอาหารปรุงสำเร็จ ที่พบว่า 75.8% 75.5% และ 74.1% ระบุโครงการ นโยบาย และมาตรการเหล่านี้มีปัญหาไม่ครอบคลุมพื้นที่ของประชาชนที่ต้องการนโยบายเหล่านี้ตามลำดับ
ที่น่าสนใจคือ ประชาชนส่วนใหญ่ 59.0% เคยใช้บริการซื้ออาหารที่ร้านอาหารปรุงสำเร็จรับประทานในช่วง 30 วันที่ผ่านมา และส่วนใหญ่ 72.0% ทราบว่ามีมาตรการควบคุมราคาสินค้าร้านอาหารปรุงสำเร็จ แต่ส่วนใหญ่ 60.3% ระบุไม่มีการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมราคาอาหารสำเร็จรูปดังกล่าว
ทั้งนี้ผลวิจัยดังกล่าวได้ศึกษากลุ่มตัวอย่างประชาชนในจังหวัด กรุงเทพมหานคร จันทบุรี กาญจนบุรี พระนครศรีอยุธา ชลบุรี สุพรรณบุรี พิจิตร เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ นครราชสีมา มหาสารคาม ศรีสะเกษ ขอนแก่น อุดรธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช และสงขลา จำนวนทั้งสิ้น 2,441 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 20 - 26 พ.ค.โดยใช้การเลือกตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มเชิงชั้นภูมิหลายชั้น ที่สุ่มเลือกจังหวัด อำเภอ ตำบล ชุมชน ครัวเรือน และประชาชนที่ตอบแบบสอบถามระดับครัวเรือน ความคลาดเคลื่อนบวกลบ7%







