
กรีนพีซจี้สำนักงานใหญ่แจงชัดไม่หนุนตัดไม้
“กรีนพีซ” ย้ำเคเอฟซีสำนักงานใหญ่ต้องประกาศนโยบายและปฏิบัติว่าจะไม่สนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มาจากการตัดไม้ทำลายป่าทุกรูปแบบ จี้ยกเลิกใช้ผลิตภัณฑ์จากเอพีพี
"กรีนพีซ” ย้ำเคเอฟซีสำนักงานใหญ่ต้องประกาศนโยบายและปฏิบัติว่าจะไม่สนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มาจากการตัดไม้ทำลายป่าทุกรูปแบบ จี้ยกเลิกใช้ผลิตภัณฑ์จากเอพีพี
หลังจากการที่กรีนพีซเริ่มโครงการรณรงค์ทั่งโลกตั้งวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อผลักดันให้ KFC (เคเอฟซี) แบรนด์ร้านอาหารจากบริษัท Yum! (ยัม!) ให้หยุดพฤติกรรมที่มีการเอื้อต่อการทำลายป่าฝนเขตร้อนผ่านการจัดหาบรรจุภัณฑ์และสินค้าอื่นๆ ของบริษัทในเครือฯ หลังจากที่รายงานฉบับล่าสุดของกรีนพีซ “เคเอฟซีเปลี่ยนป่าฝนเขตร้อนให้เป็นขยะได้อย่างไร” เปิดเผยว่าบรรจุภัณฑ์กระดาษหลายชนิดของเคเอฟซีใช้ไม้ที่ตัดจากป่าฝนเขตร้อนในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าและพรรณพืชที่ใกล้สูญพันธุ์เช่น เสือสุมาตราซึ่งขณะนี้มีเหลืออยู่ประมาณ 400 ตัวเท่านั้น
ล่าสุดเมื่อวานนี้ (25 พ.ค.) เคเอฟซีไทยออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยยอมรับว่าเคเอฟซีได้มีการใช้บรรจุภัณฑ์ที่มาจากป่าเขตฝนในประเทศอินโดนีเซีย พร้อมกับระบุว่า “ขณะนี้บริษัทเตรียมที่จะยกเลิกการห่วงโซ่อุปทานการจัดหาบรรจุภัณฑ์เพื่อคืนความสมบูรณ์ให้กับป่าไม้ธรรมชาติใน ประเทศอินโดนีเซีย"
นายพลาย ภิรมย์ ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า "เรามีความยินดีที่เคเอฟซีประเทศไทยได้ตระหนักและรับรู้ถึงปัญหานี้ แต่ก็ยังตรงกันข้ามกับสิ่งที่เราได้ยินจากสำนักงานใหญ่ของเคเอฟซีในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ยังคงปฏิเสธถึงความรับผิดชอบ และการแถลงข่าวของบริษัทยัมในประเทศไทยก็ยังไม่ถือว่าเป็นนโยบายหรือคำมั่นที่จะปฏิบัติตามที่พูด ซึ่งเราต้องการเห็นเคเอฟซีและยัม! กำหนดนโยบายร่วมกันในระดับโลกเพื่อกำจัดห่วงโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์ที่มาจากตัดไม้ทำลายป่าอย่างบ้าคลั่ง โดยเริ่มจากการระงับการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากบริษัท Asia Pulp and Paper (APP) (เอพีพี) ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความอื้อฉาวเรื่องการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อทำการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ส่งออกไปในหลายประเทศ
"เพื่อเป็นการพิสูจน์ความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง เราขอเรียกร้องให้เคเอฟซีประเทศไทย กดดันให้ยัม! แบรนด์ซึ่งเป็นบริษัทแม่ตัดสินใจยกเลิกเอพีพีออกจากห่วงโซ่อุปทานการจัดหาบรรจุภัณฑ์ของตนออกไปเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการต่อสู้กับปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าทั่วโลก โดยสิ่งสำคัญต้องมีการตัดสินใจจากสำนักงานใหญ่ในสหรัฐอเมริกาเพื่อให้นโยบายนี้มีผลไปยังทุกสำนักงานทั่วโลก
"เรารู้ว่าเคเอฟซีและยัม!แบรนด์ซึ่งเป็นบริษัทแม่ยังไม่มีระบบที่ครอบคลุมทั่วโลกที่จะสร้างความมั่นใจได้ว่าบรรดาบริษัทในเครือจะไม่เป็นส่วนหนึ่งของการตัดไม้ทำลายป่า ดังนั้นในฐานะที่เป็นบริษัทแม่พวกเขาต้องแก้ปัญหานี้ด้วยการออกนโยบายที่ชัดเจนว่าจะไม่สนับสนุนบรรจุภัณฑ์ที่มาจากการตัดไม้ทำลายป่าอย่างเด็ดขาด เราจะยังคงรณรงค์ในประเทศไทยต่อไปเช่นเดียวกับทั่วโลก จนกว่าเราจะเห็นว่า เคเอฟซีออกนโยบายและมีการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว”
กรีนพีซยังได้ทำการรณรงค์ออนไลน์โดยล้อเลียนเว็บไซด์ของเคเอฟซี เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกป้องป่าและเสือสุมาตราที่กำลังจะสูญพันธุ์ ด้วยการกระตุ้นให้เคเอฟซีหยุดใช้ผลิตภัณฑ์จากบริษัทที่ทำลายป่า สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.KFC-secretrecipe.com/th ทั้งนี้มากกว่า 60 บริษัท ทั่วโลกในขณะนี้ได้ระงับการสั่งซื้อสินค้าจากเอพีพีแล้ว ได้แก่ คราฟท์,อาดิดาส,ฮาสโบร, แมทเทล, สตาเปิลส์ และยูนิลีเวอร์







