posttoday
เสื้อแดงพร้อมเต็มพิกัด บนดินเป้าหลอก ใต้ดินเป้าจริง

เสื้อแดงพร้อมเต็มพิกัด บนดินเป้าหลอก ใต้ดินเป้าจริง

11 มีนาคม 2553

8...ทีมข่าวการเมือง

นับถอยหลังอีกเพียง 1 วันสุดท้าย ก่อนที่กองกำลังเสื้อแดงจะบุกกรุงเผด็จศึกล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์

โค้งสุดท้าย แกนนำ นปช. “วีระจตุพรณัฐวุฒิ” นิสิต สินธุไพร ชินวัฒน์ หาบุญพาด เดินเข้าอาคารบีบีดี บิวดิ้ง ที่ทำการพรรคเพื่อไทยเป็นว่าเล่นเพื่อประสานการขนมวลชนที่ยังมีปัญหาตกค้างเรื่องค่าใช้จ่าย

ในจำนวนนี้รวมถึงฝ่ายเสนาธิการดั้งเดิม เช่น ยงยุทธ ติยะไพรัช หรือ “ยุทธ ตู้เย็น” ที่โผล่มากำหนดแผนยึดกรุงโค่นอำมาตย์

เสื้อแดงในหลายพื้นที่ยังติดขัดเรื่องค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้ยอดมวลชนไม่เข้าเป้า 1 ล้านคน โดยเฉพาะในภาคอีสานที่บ่นกันอุบเพราะก๊กเสื้อแดงไถเงิน สส.เพื่อไทย ให้ช่วยจ่ายค่าแรง ทำให้ลูกพรรคเพื่อไทยสายอีสาน รุดไปขอค่าน้ำมันจาก “พายัพ ชินวัตร” ประธาน สส.อีสาน กันแบบตรงๆ

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีปัญหาที่ สส.เพื่อไทย บางส่วนไม่ให้ใจเต็มที่กับการขนคนเสื้อแดง เพราะเกี่ยงงอนเรื่องการอัดฉีด แต่แกนนำ นปช. ยังเชื่อว่ายอดเสื้อแดงที่จะบุกกรุงไล่รัฐบาลยังอยู่ในหลักแสน

ปัญหาไม่ใช่ว่าจะทำยอดถึงล้านหรือไม่ หากได้เพียง 23 แสนคน ก็เป็น “พลังรุนแรง” ที่จะกดดันรัฐบาลได้หนักหน่วง ซึ่งเป็นเป้าที่ นปช. ต้องการ

1 วันสุดท้าย แกนนำ นปช. เช็กยอดความพร้อม มวลชนยังเป็นไปตามเป้าเดิม อาจจะลดลงไม่มาก แกนนำ นปช. ประเมินขั้นต่ำ ภาคเหนือ 1.5 แสนคน ภาคอีสาน 1.5 แสนคน ภาคกลางและตะวันตก 8 หมื่นคน ภาคตะวันออก 6 หมื่นคน กทม. ปริมณฑล 3 แสนคน

สรุปแล้วยอดจริงอาจจะ 5 แสน ขั้นต่ำ 3 แสน

ขณะที่ “ทักษิณ ชินวัตร” หัวขบวนเสื้อแดงใช้สื่อทุกทิศ เร่งปลุกระดม ทั้งวิดีโอลิงก์ 4 เวทีในการชุมนุมอุ่นเครื่องแดงตามภาคต่างๆ โฟนอิน ทวิตเตอร์ หรือตีฆ้องผ่านทีวีเสื้อแดง 2 ช่อง “วอยซ์ ทีวี” และ “พีเพิล แชนแนล” ให้ม็อบเสื้อแดงแสดงพลังบุกกรุงให้มากที่สุดในวันที่ 14 มี.ค.

และเพื่อให้มวลชนมีความพร้อมปักหลักขับไล่ อภิสิทธิ์ ให้ได้ภายใน 37 วันท่ามกลางสภาพอากาศร้อนอบอ้าว เมื่อกองทัพจำต้องเดินด้วยท้อง วันนี้กองกำลังเสื้อแดงทุกภาคจึงพร้อมทั้งกองเสบียง กองพยาบาล กองช่าง คอยอำนวยความสะดวกให้มวลชนเสื้อแดงอยู่ยาว

แม้ว่ารัฐบาลจะสกัด ตัดตอน ตามจุดต่างๆ และใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ประกาศให้ กทม. และปริมณฑล 7 จังหวัด 21 อำเภอ เป็นพื้นที่กระทบต่อความมั่นคง เพื่อรับมือ และควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดความรุนแรง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำคัญของคนเสื้อแดง

วินาทีนี้ นปช. ได้ก้าวข้ามเรื่องยอดมวลชนไปแล้ว และไม่สนต่อการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพราะเห็นว่ากฎหมายนี้เป็นเหมือนกระดาษชำระ

ทว่า ประเด็นที่ขบคิดหนักที่สุดคือ ยุทธวิธีรบกับอภิสิทธิ์ กันแบบช็อตต่อช็อต เพื่อนวด เขย่าให้ยุบสภา

แผนแรกคือ วันที่ 12 มี.ค. ตามกำหนดการเดิมคนเสื้อแดง จะปิดถนน 6 จุดใน กทม. ชั้นในและชั้นนอก 1.วงเวียนใหญ่ อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน 2.อนุสาวรีย์ปราบกบฏหลักสี่ 3.สวนลุมพินี 4.หน้า สน.ทุ่งสองห้อง ถนนวิภาวดีรังสิต ดอนเมือง 5.สี่แยกบางนา 6.หน้าสนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดง

และแถมอีก 4 จุดตรึงรอบปริมณฑล 1.ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี 2.คลองสี่ธัญบุรี 3.คลองสี่ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 4.ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ

ตามกำหนดการจะเริ่มเคลื่อนพลปิดถนน 10 จุดในช่วงเที่ยงวันที่ 12 มี.ค. และไม่มีกำหนดว่าจะสลายเมื่อไร

ผลคือทำให้การจราจรในกรุงเทพฯ เป็นอัมพาต เมื่อธุรกิจห้างร้าน นักท่องเที่ยว คนกรุง ได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่ทั้งเมือง เชื่อว่าจะสร้างแรงกดดันให้ตกอยู่กับอภิสิทธิ์

และหากแกนนำเสื้อแดงเห็นว่ามาตรการตัดเส้นเลือดใหญ่ กทม. ได้ผลสามารถยั่วให้รัฐบาลใช้ความรุนแรงก่อนได้ ก็ให้ปักหลักถาวรที่ 6 จุด แต่ถ้าไม่ได้ผล ก็ให้สลายตัวไปรวมตัวที่เวทีใหญ่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถนนราชดำเนินในวันที่ 1314 มี.ค.

แต่ศึกครั้งนี้ รัฐบาลวางแผนรัดกุมมากกว่าเหตุการณ์เมษาจลาจล โดยเฉพาะเอกภาพระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ การปลุกพลังเงียบจาก “คนชั้นกลางในเมือง” ให้ตีกรอบไม่ให้มีการใช้ความรุนแรง

นอกจากนี้ ยังพ่วงการใช้อำนาจตามกฎหมายอีก 18 ฉบับ ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รับมือศึกแดงเดือดเต็มที่ พร้อมกับสนธิกำลังตั้งแต่ทหาร ตำรวจ พลเรือน อีก 67 หมื่นนาย

บล็อกตั้งแต่ชั้นนอก ชั้นใน โดยเฉพาะจุดไหลผ่านของกองกำลังเสื้อแดงที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา อ.เมือง จ.นครสวรรค์

สำหรับแกนนำเสื้อแดงไม่ห่วงเรื่องการสกัด เพราะนี่ยิ่งเข้าทางเป็นเงื่อนไขที่แกนนำ นปช. ต้องการให้เกิดการเผชิญหน้า ที่สุดหากคุมไม่อยู่จนปะทะกัน เจ้าหน้าที่รัฐก็จะสูญเสียความชอบธรรม

แผนของ นปช.เสื้อแดง ประกาศให้ม็อบแดงทุกภาคแหกทุกด่าน ยั่วให้เจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง ถ้าเจ้าหน้าที่ตกหลุมเมื่อไร ม็อบแดงก็ปิดเกมได้ตั้งแต่วันแรก

แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ปล่อย รถกระบะ อีแต๋นไหลเข้ากรุงยอมประนีประนอมไม่ต้องการให้มีการสร้างเงื่อนไข ก็ต้องไปว่ากันในการชุมนุมใหญ่ 14 มี.ค.

จุดที่ทั้งฝ่ายรัฐบาลและแกนนำ นปช. ต่างรู้ทันกัน หรือแม้แต่ “พลังเงียบไม่เลือกข้าง” ก็อ่านเกมออกในการทำศึกไล่รัฐบาลรอบนี้ คือการหวังผลให้เกิดการจลาจล ชุลมุน โดยใช้ความรุนแรงเป็นเงื่อนไขทั้งในรูปแบบของการวินาศกรรม การลอบวางระเบิดหลายจุดเพื่อให้รัฐบาลควบคุมสถานการณ์ไม่อยู่ หรือไม่ก็โยนให้รัฐเป็นฝ่ายสร้างสถานการณ์

อภิสิทธิ์ ยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่ได้ประโยชน์จากความรุนแรงที่เกิดขึ้นแน่ แต่ผู้ที่ได้ประโยชน์คือคนที่ต้องการล้มกระดาน

โยนระเบิดถึงทักษิณ ที่มีแผนใช้ทางลัดนิรโทษกรรมคดีทุจริต เพื่อกลับมามีอำนาจรัฐ ขณะเดียวกัน สัญญาณที่ออกมาช่วงนี้ก็ชี้ให้เห็นอาการผิดปกติ กรณีครอบครัวทักษิณ “พินทองทาแพทองธาร” สองบุตรสาวเดินทางออกจากประเทศไทยไปเยอรมนี รวมถึงกระแสข่าวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และ “โอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตร บินลัดฟ้าไปต่างประเทศ หนีทัพในช่วงที่คนเสื้อแดงทำศึกใหญ่ที่เสี่ยงจะเกิดความรุนแรง

กระนั้น การต่อสู้บนดินอาจไม่เป็นห่วงเท่าไร เพราะเป็นการเผชิญหน้าอดกลั้นใน “หลักสันติวิธี” กันทั้งสองฝ่าย และการชุมนุมก็มีการถ่ายทอดสดทั้งสองขั้วที่ต่างมีสื่อเป็นกระบอกเสียงตัวเอง

แต่แนวร่วมทักษิณ ไม่ใช่มีแค่ “นปช.แดงทั้งแผ่นดิน” ยังมี “กลุ่มใต้ดิน” ที่สุ่มซ่อนกำลังตามวอร์รูมทั้ง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง กลุ่ม จปร.7 หรือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานเพื่อไทย ก็ถูกจับตาจากฝั่งตรงข้ามว่าอาจคอยสร้างสถานการณ์ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจนเกิดความวุ่นวาย

การชุมนุมรอบนี้ เครือข่ายทักษิณจึงผสมปนเปกันหมด ซึ่งที่สุดแล้วก็ไม่มีใครให้หลักประกันว่าจะคุมใครได้ เพียงแต่บอกเพียงว่า ถ้าเกิดความรุนแรงไม่ใช่เสื้อแดงแน่ แต่เป็นแดงปลอม และรัฐเป็นผู้สร้างสถานการณ์

เมื่อคุมไม่อยู่ จึงน่าห่วงกับเกมใต้ดินที่แกนนำเพื่อไทยและแกนนำเสื้อแดงต่างก็รับรู้ว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรง!!

ยิ่งอารมณ์มวลชนไปไกลจึงยากจะสกัดอยู่ ที่สุดแล้วคนที่ได้ประโยชน์จากการปลุกมวลชนห้ำหั่น ต่อสู้ จนท้ายสุดประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง นั่นคือคนที่นั่งกดปุ่มอยู่ต่างประเทศ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท