posttoday
สงครามไล่ล่าเงาอำมาตยาธิปไตย

สงครามไล่ล่าเงาอำมาตยาธิปไตย

11 มีนาคม 2553

....สังศิต พิริยะรังสรรค์

การประกาศชุมนุมครั้งใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงเพื่อที่จะล้มรัฐบาลชุดปัจจุบันในวันที่ 1214 มี.ค.ศกนี้ จะจบลงอย่างไร? เราจะสามารถหลีกเลี่ยงความรุนแรงและการนองเลือดในสงครามกลางเมืองครั้งนี้ได้หรือไม่?

ดูจากคำสัมภาษณ์และท่าทีของ พ.ต.ท.ทักษิณ หลายต่อหลายครั้งในช่วงหลังสะท้อนให้เห็นว่าต้องการระดมสรรพกำลังทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เพื่อต่อสู้ขั้นแตกหักและต้องการจะล้มรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ให้ได้ในครั้งนี้

แต่ถ้าดูจากกำลังของขบวนคนเสื้อแดงแล้วจะพบความขัดแย้งและความไม่เป็นเอกภาพทางด้านอุดมการณ์ ความคิด และความเชื่อทางการเมืองภายในขบวนแถวอยู่ระดับสูงไม่ใช่น้อย ปีกขวาสุดของขบวนการดูจะเป็นอิสระและเป็นตัวของตัวเองโดยไม่ขึ้นต่อศูนย์การนำ และดูเหมือนจะพยายามสร้างการนำของตัวเองขึ้นมาเองด้วยซ้ำ กลุ่มนี้มีฐานมวลชนน้อย แต่นิยมใช้ลัทธิสร้างความสะพรึงกลัว สร้างความสยดสยองทางการเมืองด้วยการใช้อาวุธและการลอบวางระเบิดต่อสถานที่ราชการและหน่วยงานที่เป็นเป้าหมาย ส่วนปีกซ้ายสุดของขบวนการ ซึ่งก็มีจำนวนไม่มากนัก แต่มีจิตใจสู้รบสูงมาก กลุ่มนี้ศรัทธาต่อทฤษฎีการต่อสู้ทางชนชั้น พวกเขาเห็นว่าระบอบศักดินาเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม จึงมีเจตจำนงที่จะปลดปล่อยทุนและเพื่อสถาปนาระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม เพื่อก้าวไปสู่สังคมนิยมในท้ายที่สุด

คนเสื้อแดงส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ศรัทธาในความรู้ความสามารถของ พ.ต.ท.ทักษิณ บางส่วนเห็นว่าคุณทักษิณได้รับการปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรมจากระบอบการปกครองปัจจุบันที่อยู่ภายใต้อำนาจของอำมาตยาธิปไตย คนกลุ่มนี้ชื่นชมต่อความสำเร็จของนโยบายทางด้านเศรษฐกิจและสังคมเมื่อครั้งที่คุณทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ผู้นำของคนกลุ่มนี้ประกาศว่าจะต่อสู้กับระบอบอำมาตยาธิปไตยถึงแค่ระดับประธานองคมนตรีเท่านั้น ถ้าเกินกว่านั้นไม่เอา

นี่แสดงให้เห็นว่าความเชื่อทางการเมืองของคนเสื้อแดงส่วนใหญ่ สามารถจะร่วมกับกลุ่มปีกซ้ายของขบวนการได้เพียงระดับเดียวเท่านั้น วันใดที่พวกเขาได้รับชัยชนะก็อาจจะต้องหันกลับมาต่อสู้กันเองก็ได้

คนเสื้อแดงส่วนใหญ่อาจไม่ยอมรับแนวทางของพวกปีกขวาที่เน้นแต่การใช้ความรุนแรงเป็นทางเลือกเดียวของการต่อสู้ พวกปีกขวาเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าแนวทางของพวกเขานั้นไม่เข้มแข็งเพียงพอ และไม่มีกำลังเพียงพอที่จะล้มรัฐบาลและกองทัพได้ จุดร่วมที่ปีกขวาและปีกซ้ายของเสื้อแดงยืนอยู่ตรงจุดเดียวกันก็คือ จะอาศัยจิตใจที่สู้รบของพวกเขาก่อความรุนแรงจนเกิดความวุ่นวายและกลายเป็นการจลาจลทางการเมืองขึ้นมาได้อย่างไร?

ปีกขวาและปีกซ้ายของคนเสื้อแดงอาจประเมินว่า หากเกิดการปะทะและต่อสู้กับฝ่ายรัฐบาลขึ้นมา จะเป็นแรงกดดันให้คนเสื้อแดงส่วนใหญ่ต้องตัดสินใจกระโจนเข้าร่วมสู้รบกับพวกเขาด้วย มีความเป็นไปได้ว่าแม้จะมีความแตกต่างทางอุดมการณ์ทางการเมือง แต่ในภาวะวิกฤตคนเสื้อแดงกลางๆ จำนวนหนึ่งอาจเข้าร่วมกับเสื้อแดงปีกซ้ายและปีกขวาเพื่อต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล โดยมองข้ามความแตกต่างทางอุดมการณ์ทางการเมืองในระหว่างพวกเขากันเองไป

ผมคิดว่าจุดอ่อนประการสำคัญที่สุดของคนเสื้อแดง คือไม่รู้ว่าศัตรูของพวกเขาเป็นใครจริงๆ? พวกเขาจะสู้กับตัวบุคคลหรือจะต่อสู้กับระบบ? พวกเขาประกาศว่าจะต่อสู้กับระบอบอำมาตยาธิปไตย (Bureaucratic Polity) แต่ระบบที่ Fred W. Riggs ผู้ให้แนวคิดนี้ หมายถึง การเมืองการปกครองของไทยในช่วงปี พ.ศ. 24902516 ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้นำกองทัพมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเหนือการเมือง ธุรกิจ และภาคประชาสังคม แต่ระบบนี้ค่อยๆ พังทลายไปตั้งแต่การลุกขึ้นสู้ของนักศึกษาในเดือน ต.ค. 2516 เป็นต้นมา ในปัจจุบันผู้นำกองทัพไม่ได้มีอำนาจที่จะชี้เป็นชี้ตายทางการเมืองเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว ว่าไปแล้วระบอบนี้ไม่ได้ดำรงอยู่แล้วในปัจจุบัน สิ่งที่เหลืออยู่คืออาจมีอดีตผู้นำกองทัพที่มีบุญบารมีสูงและยังคงมีอิทธิพลในกองทัพในบางระดับ ซึ่งเป็นเรื่องของตัวบุคคล แต่ไม่ใช่เรื่องของระบอบแต่อย่างใด

ในสถานการณ์ที่กำลังมีการเผชิญหน้าอย่างแหลมคมระหว่างคุณทักษิณกับรัฐบาล คุณทักษิณยังไม่ได้ส่งสัญญาณใดๆ ว่าต้องการจะประนีประนอมกับรัฐบาลและกับคนไทยส่วนใหญ่ที่อยากจะเห็นสันติสุขในสังคม ผมเห็นว่ามีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดการปะทะกันระหว่างปีกซ้าย ปีกขวา และแกนนำของเสื้อแดงกับเจ้าหน้าที่รัฐในบางพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลควรพยายามควบคุมสถานการณ์ ณ จุดนั้นไว้มิให้ขยายตัวออกไป โดยกันมิให้คนเสื้อแดงส่วนใหญ่เข้าร่วมได้

ผมคิดว่าการต่อสู้ของคนเสื้อแดงในครั้งนี้ อาจจะไม่สามารถยืนหยัดได้ยาวนานเหมือนเมื่อเดือน เม.ย. ปีที่แล้ว เนื่องจากคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ตัดสินไปแล้วว่าคุณทักษิณมีความผิดในข้อหาทุจริตต่อหน้าที่ในระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจริง คำตัดสินข้างต้นทำลายความชอบธรรมทางการเมืองและบุญญาบารมีของตัวคุณทักษิณลงไปอย่างมาก

องค์ประกอบของคนเสื้อแดงที่เดินทางจากทั่วทุกสารทิศเข้ามากรุงเทพฯ มีหลายชนชั้น หลายสถานภาพ หลายอุดมการณ์ หลากหลายผลประโยชน์ และหลากหลายเป้าหมายทางการเมือง แต่มีจุดร่วมกันคือเพื่อช่วยเหลือคุณทักษิณจากระบอบอำมาตยาธิปไตย!!! ความเชื่อทางการเมืองแบบนี้ไม่สามารถระดมผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมให้เข้าร่วมในขบวนแถวทางการเมืองแบบนี้ได้ เนื่องจากมันเป็นเรื่องผลประโยชน์ของคนเพียงคนเดียว มิใช่ผลประโยชน์ของชาติหรือเพื่อสร้างสังคมอุดมคติแต่ประการใด

ดังนั้น แม้จะมีปริมาณคนเสื้อแดงที่มาก แต่กลับไร้ซึ่งการจัดตั้งอุดมการณ์ทางการเมือง ขาดระเบียบวินัยและเป้าหมายในการต่อสู้ทางการเมืองที่ไม่ชัดเจนว่าจะต่อสู้กับใครจริงๆ? และจะต่อสู้ไปเพื่ออะไร? ดังนั้น สงครามของคนเสื้อแดงในครั้งนี้คงหลีกเลี่ยงการพ่ายแพ้ไม่ได้ เพียงแต่บาดแผลที่ร้าวลึกที่เกิดขึ้นครั้งนี้อาจดำรงไปอีกนาน และสามารถส่งผลต่อการเมืองไทยในระยะยาวได้อย่างลึกซึ้งทีเดียว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท