
ม็อบโรงแรมภูเก็ตร้องถูกลอยแพ
สหภาพแรงงานภูเก็ตไอร์แลนด์-ลูกจ้างดิ เอวาซอนภูเก็ตกว่า 400 คนบูกศาลากลางจังหวัดภูเก็ตร้องขอความเป็นธรรมถูกลอยแพไม่แจ้งล่วงหน้า
สหภาพแรงงานภูเก็ตไอร์แลนด์-ลูกจ้างดิ เอวาซอนภูเก็ตกว่า 400 คนบูกศาลากลางจังหวัดภูเก็ตร้องขอความเป็นธรรมถูกลอยแพไม่แจ้งล่วงหน้า
นายสันทัด เสริฐประสิทธิ์ ประธานกรรมการสหภาพแรงงานภูเก็ตไอร์แลนด์ พร้อมด้วยพนักงานโรงแรมดิ เอวาซอน ภูเก็ต ถนนวิเศษ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ตกว่า 400 คนได้รวมตัวชุมนุมเรียกร้องขอความเป็นธรรมที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต และยื่นหนังสือเปิดผนึกแก่ ผวจ.ภูเก็ต โดยมี น.ส.สมหมาย ปรีชาศิลป์ รอง ผวจ.ภูเก็ตเป็นตัวแทนรับหนังสือ เนื่องจาก ผวจ.ภูเก็ต ติดราชการที่กรุงเทพฯ หลังโรงแรมดังกล่าวปิดกิจการอย่างกะทันหัน โดยไม่มีการแจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้า ส่งผลให้พนักงานกว่า 400 คนตกงาน เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา
นายสันทัด กล่าวว่า การชุมนุมเรียกร้องขอความเป็นธรรมครั้งนี้เนื่องจากโรงแรมเดอะเอวาซอนภูเก็ตได้ประกาศเลิกจ้างพนักงานกว่า 400 คนและปิดกิจการเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมาโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าให้พนักงานทราบ สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับพนักงาน ซึ่งสื่อให้เห็นว่านายจ้างไม่ได้สนใจความรู้สึกของพนักงานแม้แต่น้อย เพราะพนักงานส่วนใหญ่อายุงานเฉลี่ยตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป และอายุเฉลี่ยของพนักงานอยู่ระหว่าง 30-50 ปี ขณะเดียวกันพนักงานแต่ละคนเป็นเสาหลักของครอบครัว ถึงแม้ว่าบริษัทฯ จ่ายค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ก็ตาม แต่ความจริงแล้วอายุของพนักงานส่วนใหญ่จะไปหางานทำใหม่นั้นยากมาก หรือคงลำบาก เพราะพนักงานแต่ละคนอายุมาก
ทั้งนี้ทางสหภาพแรงงานภูเก็ตไอร์แลนด์จึงต้องขอความเป็นธรรมกับ ผวจ.ภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเจรจากับนายจ้างเก่าให้มีการจ่ายชดเชยพิเศษนอกเหนือจากที่ทางโรงแรม จ่ายขณะที่ประกาศเลิกจ้าง โดยแบ่งเป็นอายุงาน 2 กลุ่ม ประกอบด้วย 1. อายุงานไม่เกิน 10 ปีให้นายจ้างจ่ายเงินค่าชดเชยพิเศษตามอัตราเงินเดือนสุดท้าย 4 เดือน และ 2. อายุงานตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปให้นายจ้างจ่ายเงินค่าชดเชยพิเศษตามอัตราเงินเดือนสุดท้าย 8 เดือน ขณะเดียวกันขอให้ทางจังหวัดเข้าเจรจากับนายจ้างใหม่รับพนักงานชุดเก่าเข้าทำงานทั้งหมดด้วย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
ด้าน น.ส.สมหมาย กล่าวกับผู้ชุมนุมว่า จังหวัดจะเข้าไปดูแลเรื่องที่สหภาพแรงงานภูเก็ตไอร์แลนด์ยื่นขอเรียกร้องมา โดยจะให้สวัสดิการแรงงานจังหวัดเข้าไปเจรจากับนายจ้างเก่าและนายจ้างใหม่ โดยทุกอย่างจะอยู่ภายใต้ของกฎหมายและ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 โดยจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่ายกลุ่มผู้ชุมนุมจึงยอมสลายการประท้วง







