
หอคอยโตเกียวสกายทรี
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ โยมิอูริ ชิมบุน ของญี่ปุ่น แสดงความชื่นชมยินดีต่อการเปิดใช้งานหอคอยที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งมีชื่อว่า “โตเกียวสกายทรี” (ความสูง 634 เมตร จากพื้นดิน หรือสูงเป็น 2 เท่าของหอคอยโตเกียว) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้หอคอยดังกล่าวจะช่วยสร้างชื่อเสียงของญี่ปุ่นในสายตาชาวโลกให้ดียิ่งขึ้น
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ โยมิอูริ ชิมบุน ของญี่ปุ่น แสดงความชื่นชมยินดีต่อการเปิดใช้งานหอคอยที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งมีชื่อว่า “โตเกียวสกายทรี” (ความสูง 634 เมตร จากพื้นดิน หรือสูงเป็น 2 เท่าของหอคอยโตเกียว) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้หอคอยดังกล่าวจะช่วยสร้างชื่อเสียงของญี่ปุ่นในสายตาชาวโลกให้ดียิ่งขึ้น
สำนักข่าวชื่อดังระบุอีกว่า ผลงานการก่อสร้างหอคอยโตเกียวสกายทรีเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มีไว้รับมือแผ่นดินไหวของญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี เนื่องจากในช่วงระหว่างก่อสร้างหอคอยนั้นต้องประสบกับแรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงเมื่อเดือน มี.ค.ปีที่ผ่านมา
แต่กลับไม่ปรากฏความเสียหาย หรือมีคนงานต้องได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว อีกทั้งยังสามารถดำเนินการก่อสร้างต่อไปได้ ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าคนญี่ปุ่นเป็นคนที่ไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อความยากลำบาก และช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กลับคืนมาอีกด้วย
เหมือนดังเช่นหอคอยโตเกียวที่เปรียบดั่งเป็นสัญลักษณ์ของช่วงยุคสมัยเศรษฐกิจรุ่งเรืองอย่างมากของประเทศในทศวรรษ 19501970 ฉะนั้นหอคอย โตเกียวสกายทรี จึงเปรียบเป็นตัวแทนแห่งยุคปัจจุบันที่ชาวญี่ปุ่นต้องฝ่าฟันความทุกข์ยากจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อต้นปีก่อน
ทั้งนี้ หอคอยดังกล่าวล้วนใช้เทคโนโลยีในการก่อสร้างที่ดีเยี่ยมที่สุดทั้งจากในอดีตและปัจจุบันเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งชิ้นส่วนแต่ละชิ้นที่นำมาประกอบก็ล้วนแต่มีความล้ำสมัย และได้รับการออกแบบมาอย่างประณีตและสวยงามทั้งสิ้น
นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์แดนอาทิตย์อุทัยยังเชื่ออีกว่าหอคอยใหม่นี้จะมีส่วนช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคักมากขึ้นอีกด้วย โดยเห็นได้จากข้อมูลของสำนักงานเขตซูมิดะ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ที่หอคอยยักษ์ตั้งอยู่ คาดว่าจะมีผู้เข้ามาชมความงดงามของหอคอยปีละ 32 ล้านคนและจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 88 ล้านเยน(ราว 34 ล้านบาท)







