
งบ"56 เพิ่มหนี้ทั้งแผ่นดิน
โดย...ธนพล บางยี่ขัน/ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
โดย...ธนพล บางยี่ขัน/ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบ ประมาณ พ.ศ. 2556 วงเงิน 2.4 ล้านล้านบาท วันที่ 2 ยังคง เข้มข้นเหมือนเดิม เนื้อหาสาระของการอภิปรายอยู่ที่การขยายแผลรัฐบาลจากปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งนอกเหนือไปจากเรื่องของแพงที่พรรคประชาธิปัตย์ถล่มซ้ำอย่างต่อเนื่องแล้ว ปรากฏว่ายังได้ตอกย้ำความผิดพลาดของรัฐบาลด้วยตัวเลขหนี้สาธารณะที่แนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งนโยบายประชานิยมที่ไม่มีประสิทธิภาพ
กรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า รัฐบาลกำลังภูมิใจกับการประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับ 56% จนเกินไป เพราะถ้าลงไปดูข้อมูลจากทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะพบว่าการผลิต การส่งออกฟื้น แต่รายได้ภาคเกษตรยิ่งทรุด โดยราคาสินค้าการเกษตรตกลงไป 12.2% รายได้ภาคการเกษตรติดลบเกือบ 11%
ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน สะท้อนได้จากตัวเลขประชาชนที่ใช้บริการโรงรับจำนำสูงขึ้นมาก อย่าง จ.เชียงใหม่ ขอนแก่น อุดรธานี เพิ่มขึ้น 20% ขณะที่ จ.นครพนม มีผู้ใช้บริการโรงรับจำนำ 100% และผลการวิเคราะห์จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่า ค่าใช้จ่ายของนักเรียนต่อหัวอยู่ที่ 6,939 บาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 42% ซึ่งรัฐบาลไม่มีความชัดเจนที่จะแก้ไขปัญหานี้
“งบประมาณปี 2556 ไร้ยุทธศาสตร์ ไร้ทิศทาง ไร้ทางออกให้กับประชาชน และการส่งเสริมการส่งออก ทำให้ความรวยไปกระจุกอยู่ที่ผู้มีอำนาจเหนือทุน”
เช่นเดียวกับ เกียรติ สิทธีอมร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ขยายความผิดการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลเพิ่มเติมว่า นโยบายของรัฐบาลเวลานี้กำลังสร้างปัญหาตามมาอย่างมาก โดยเฉพาะการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ซึ่งทำได้เพียง 30% เท่านั้น จากผลผลิตของภาคเกษตร ส่งผลให้ยอดการส่งออกข้าว 2.4 ล้านตันที่ผ่านมา ถือเป็นตัวเลขต่ำที่สุดในรอบหลายปี
สัญญาณนี้เป็นการเตือนว่าไทยกำลังเกิดปัญหา ตราบใดที่สต๊อกข้าวยิ่งสูง ราคาข้าวจะยิ่งตกต่ำลงไปเรื่อยๆ โดยตอนนี้ราคาตกลงประมาณ 5% สร้างความเสียหายประมาณ 56 หมื่นล้านบาท ประโยชน์จะตกอยู่เฉพาะในมือพ่อค้าคนกลางมากกว่าเกษตรกร
สำหรับประเด็นตัวเลขหนี้สาธารณะ พ.อ.วินัย สมพงษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้แจกแจงออกมาอย่างน่าสนใจว่า การสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เมื่อปี 2554 พบว่าประชากรไทยประมาณ 65 ล้านคน หรือราว 20 ล้านครัวเรือนมีหนี้สินถึง 60% คิดเป็นหนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือนประมาณ 1.3 แสนบาท โดยครอบครัวของบุคคลที่ประกอบอาชีพราชการเป็นหนี้ถึง 84% คิดเป็นหนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือนถึง 8.7 แสนบาท ตัวเลขนี้ถือเป็นสัญญาณที่น่ากลัว เพราะงบประมาณปีนี้ตั้งเอาไว้แบบขาดดุลกว่า 3 แสนล้านบาท ทำให้ต้องไปกู้เงินมาเพิ่มเพื่อลงในงบประมาณ ยิ่งส่งผลให้หนี้ของประเทศมากขึ้นไปอีก
“จำคำพูดของผมเอาไว้ว่าสิ้นปีงบประมาณ 2556 เราจะมีหนี้สาธารณะอย่างน้อยที่สุดประมาณ 4.5 ล้านล้านบาท คนไทย 65 ล้านคน จะมีเฉลี่ยหนี้ต่อหัวประมาณ 7 หมื่นบาท จึงขอทักท้วงการจัดงบประมาณแบบนี้ แม้ว่าตัวเลขหนี้สาธารณะขณะนี้จะอยู่ที่ 40% ของจีดีพีก็ตาม เพราะเศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มไม่ดีนัก โดยเฉพาะหนี้สินในประเทศยุโรป”
อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าพรรคเพื่อไทยจะโดนอภิปรายโจมตีเพียงพรรคเดียว เพราะพรรคชาติไทยพัฒนาก็โดนหางเลขไปด้วย โดย สหรัฐ กุลศรี สส.สุพรรณบุรี พรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมางบประมาณของกรมชลประทานส่วนใหญ่ลงไปที่ จ.สุพรรณบุรี เป็นจำนวนมาก ไม่ต่างอะไรกับงบประมาณของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดังนั้นขอให้การจัดทำงบประมาณปี 2556 กระจายไปยังพื้นที่อื่นๆ ด้วย
สรุปภาพของการประชุม 2 วันที่ผ่านมา ฝ่ายค้านได้ให้น้ำหนักในการอภิปรายในเรื่องปัญหาเศรษฐกิจมากที่สุด แต่การประชุมในวันนี้ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายก่อนลงมติรับหลักการฝ่ายค้านเตรียมปรับเนื้อหาการอภิปรายโดยเน้นนโยบายความมั่นคงและการต่างประเทศของรัฐบาล







