
ลุ้นไก่ไทยคืนตลาดอียูก๊อก2ไปเกาหลี-ญี่ปุ่น
พาณิชย์มั่นใจไก่ไทยทวงตลาดอียูคืน หลังเลิกแบน 1 ก.ค.นี้ เตรียมแผนรุกญี่ปุ่นเกาหลีใต้ ปลดล็อกต่อ
พาณิชย์มั่นใจไก่ไทยทวงตลาดอียูคืน หลังเลิกแบน 1 ก.ค.นี้ เตรียมแผนรุกญี่ปุ่นเกาหลีใต้ ปลดล็อกต่อ
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้พิจารณาสินค้าไก่ไทยที่จะได้ประโยชน์จากการที่สหภาพยุโรป (อียู) ยกเลิกห้ามนำเข้าเนื้อไก่สดจากไทยตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2555 เป็นต้นไป หลังจากห้ามนำเข้าตั้งแต่ต้นปี 2547 โดยไทยจะสามารถส่งออกไก่สดแช่แข็งได้ 5,100 ตัน ภาษีในโควตา 0% และไก่หมักเกลือที่ได้รับการชดเชยจากอียูเมื่อปี 2549 อีก 9.26 หมื่นตัน อัตราภาษีในโควตา 15.4%
ขณะเดียวกัน ไทยยังมีสิทธิใช้โควตาไก่ประเภททั่วไปที่อียูจัดสรรให้กับทุกประเทศ แต่มีอัตราภาษีนำเข้าสูงตั้งแต่ 93512% โดยสินค้าไก่สดของไทยที่จะส่งออกไปอียูจะต้องมีวันที่ฆ่าและวันที่แช่แข็งประกอบด้วย
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งผลักดันการเปิดตลาดไก่สดแช่แข็งไปยังญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ต่อไป ซึ่งเคยเป็นตลาดไก่สดแช่แข็งอันดับต้นๆ ของไทย หลังจากที่ทั้งสองประเทศห้ามนำเข้ามาตั้งแต่ปี 2547 จากการระบาดของไข้หวัดนกเช่นกัน คาดว่าจะเจรจาได้สำเร็จในเร็วๆ นี้ และจะทำให้การส่งออกไก่สดแช่แข็งของไทยขยายตัวมากขึ้น
สำหรับการเจรจาโควตาสินค้าสัตว์ปีกแปรรูป เพื่อชดเชยกรณีที่อียูขอปรับตารางข้อผูกพันภาษีศุลกากรสินค้าสัตว์ปีกแปรรูปภายใต้องค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) 8 รายการ ล่าสุดอียูได้จัดสรรโควตาสินค้าสัตว์ปีกแปรรูป (เป็ดและไก่แปรรูป) ให้เป็นการเฉพาะแก่ไทย รวม 3.08 หมื่นตัน แบ่งเป็นสินค้าเนื้อไก่แปรรูป รวม 1.61 หมื่นตัน และเนื้อเป็ดแปรรูป 1.47 หมื่นตัน มีอัตราภาษีในโควตา 10.9% ยกเว้นเนื้อเป็ดดิบที่มีอัตราภาษีในโควตา 630 ยูโรต่อตัน และอัตราภาษีนอกโควตา 2,765 ยูโร ต่อตันสำหรับสินค้าสัตว์ปีกแปรรูปทุกรายการ
นอกจากนี้ ในการใช้ประโยชน์จากการชดเชยกรณีดังกล่าว รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบความตกลงข้อตกลงโควตาภาษีสินค้าสัตว์ปีกแปรรูปกับสหภาพยุโรปแล้ว คาดว่าระบบโควตาภาษีจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้เช่นเดียวกัน ซึ่งจะช่วยให้สัตว์ปีกแปรรูปไทยมีส่วนแบ่งตลาดในอียูที่แน่นอน โดยเฉพาะเป็ดแปรรูปที่กำลังสูญเสียตลาดให้แก่จีนอย่างรวดเร็ว







