
ร้องผู้ตรวจสั่งกห.ถอดมาร์ครับราชการทหารปี30
พท. ยื่นผู้ตรวจการฯ ดำเนินการสั่งก.กลาโหมเพิกถอนคำสั่งบรรจุแต่งตั้ง “อภิสิทธิ์”เข้ารับราชการทหารเมื่อปี 2530 เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ เพราะใช้หนังสือรับรองอันเป็นเท็จ
พท. ยื่นผู้ตรวจการฯ ดำเนินการสั่งก.กลาโหมเพิกถอนคำสั่งบรรจุแต่งตั้ง “อภิสิทธิ์”เข้ารับราชการทหารเมื่อปี 2530 เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ เพราะใช้หนังสือรับรองอันเป็นเท็จ
เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายกมล บันไดเพชร สมาชิกพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ในกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทุจริตโดยใช้เอกสารหลักฐานปลอม เพื่อเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (ร.ร.จปร.) แต่ยังมีสิทธิ์ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางทหาร โดยนายกมลได้หอบเอกสารหลักฐานต่างๆ เช่น สำเนาใบสำคัญ (สด.9) ลงวันที่ 4 ก.ค. 2529 ภาพถ่ายบันทึกข้อความ ลับที่ กห. 0423/277 ลงวันที่ 19 พ.ค. 2542 เรื่องรายงานผลการสอบสวนกรณ๊ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ารับราชการที่ ร.ร.จปร. และเอกสารหลักฐานอื่นๆ ที่แสดงว่านายอภิสิทธิ์มีการทุจริตในการเข้ารับราชการที่ ร.ร.จปร.มาแสดงด้วย โดยมีนายสงัด ปัถวี รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นผู้รับหนังสือเรื่องเรียน
นายกมล กล่าวว่า เมื่อปี 2552 ตนมีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อขอให้ถอดยศและเรียกคืนเบี้ยหวัดที่ได้รับของนายอภิสิทธิ์ กรณีที่เข้ารับราชการเป็นอาจารย์ที่ ร.ร.จปร. โดยขาดคุณสมบัติในการเข้ารับราชการตามระเบียบของกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการบรรจุบุคคลพลเรือนเข้ารับราชการ ต่อมาตนเองได้มีหนังสือร้องเรียนในกรณีดังกล่าว เพื่อสอบถามผลการพิจารณาหลายครั้ง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2553 ตนได้รับหนังสือจากกระทรวงกลาโหมตอบชี้แจ้งว่า นายอภิสิทธิ์ ยังคงมีสิทธิ์ในการรับเงินเดือนเบี้ยหวัด และไม่อยู่ในหลักเกณฑ์การถอดยศทหาร ซึ่งตนเห็นว่า ขัดแย้งกับรายงานผลการสอบสวนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เข้ารับราชการที่ ร.ร.จปร. ตนจึงได้พยายามแสวงหาหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งพิจารณาจากหลักฐานที่ได้เพิ่มเติมประกอบกับระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว เห็นว่านายอภิสิทธิ์ สมัครเข้ารับราชการที่ ร.ร.จปร. โดยขาดหลักฐานการเข้ารับการตรวจเลือกทหาร แต่ใช้หลักฐานการเข้ารับการตรวจเลือกทหาร หรือหลักฐานผ่อนผันไม่ต้องเข้าการตรวจเลือกทหารอันเป็นเท็จ เพื่อเข้ารับราชการทหารใน ร.ร.จปร. จนได้รับการแต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตร ถึงแม้ว่านายอภิสิทธิ์จะลาออกจากราชการทหารแล้ว แต่ยังมีสิทธืในการใช้ยศและรับสิทธิประโยชน์จากกระทรวงกลาโหมได้อีก ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมที่จะต้องรักษาผลประโยชน์ของราชการใช้สิทธิ์ติดตามเอาคืนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ด้วยเหตุดังกล่าว ตนจึงขอร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาดำเนินการให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย โดยเพิกถอนคำสั่งบรรจุและแต่งตั้ง นายอภิสิทธิ์ เข้ารับราชการที่มิชอบด้วยกฎหมายและเรียกเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ทางราชการทหารด้วย
"ที่มาร้องเรียนในกรณีดังกล่าวไม่ใช่กรณีนายอภิสิทธ์หลบหนีการตรวจเลือกทหารซึ่งถึงแม้ว่า เรื่องดังกล่าวจะเป็นเรื่องเก่า แต่ตนได้ใช้ความพยายามหลายปีเพื่อหาหลักฐานมาสนับสนุนว่า นายอภิสิทธิ์กระทำการทุจริตจริง และตนท้าให้นายอภิสิทธิ์มาฟ้องตนเองด้วย เพระมั่นใจในหลักฐานของตนเองที่มายื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินด้วย"
นายกมล กล่าว
ด้านนายสงัด กล่าวว่า ตนจะเสนอเรื่องร้องเรียนของนายกมลต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อจะพิจารณาในสัปดาห์หน้าว่ากรณีดังกล่าว ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจหน้าที่รับไปพิจารณาต่อไปหรือไม่







