
วิษณุเตือนประชานิยมเสี่ยงหายนะ
"วิษณุ"เปรยประชานิยมแค่ปฐมพยาบาลเบื้องต้นจี้รัฐบาลสานต่อแก้ปัญหาระยะยาวเตือนเยียวยา7ล้านต้องรอบคอบ
"วิษณุ"เปรยประชานิยมแค่ปฐมพยาบาลเบื้องต้นจี้รัฐบาลสานต่อแก้ปัญหาระยะยาวเตือนเยียวยา7ล้านต้องรอบคอบ
วันนี้ (22พ.ค.) นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาในงานสัมมนาเรื่อง“ความห่วงใย นโยบายประชานิยม” ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน วุฒิสภา
นายวิษณุ ปาฐกถาว่า ทุกรัฐบาลมักจะทำโครงการนโยบายประชานิยม ซึ่งเป็นโครงการเฉพาะหน้า เพื่อหวังผลทางการเมือง ให้ได้รับความนิยมจากประชาชนได้ เพื่อให้ได้รับเลือกตั้งให้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง ซึ่งนโยบายประชานิยมควรทำ แต่ต้องดำเนินภายใต้กรอบ 5 ข้อได้แก่ 1.แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ 2.วินัยทางการเงินการคลัง 3. นิติรัฐ นิติธรรม 4.ธรรมาภิบาล และ 5.อ่านเกมสถานการณ์ในประเทศออก
นายวิณุมองว่านโยบายประชานิยมเป็นเพียงแค่การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ดังนั้นจึงเป็นความเสี่ยง และอาจเป็นหายนะได้ หากทำนโยบายประชานิยมแล้วหยุดอยู่แค่นั้น โดยไม่มีการทำโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาว หากจะหวังให้รัฐบาลชุดต่อไปมาดำเนินโครงการต่อ เป็นเรื่องยาก เพราะที่ผ่านมา แม้เป็นรัฐบาลจากพรรคเดียวกัน เช่น สมัยที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯ ต่อด้วยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นโยบายยังมีการเปลี่ยนแปลง และไม่สานต่อโครงการ ดังนั้นพิษของนโยบายประชานิยมในวันนี้ อาจเป็นกรรมที่ตามทันรัฐบาล
ตัวอย่างของโครงการประชานิยม เช่น โครงการรับจำนำข้าว, การจ่ายเงินเยียวยา ให้เงินเดือนปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เป็นสิ่งที่เพิ่มภาระให้กับรัฐบาล เช่น ขึ้นค่าแรง 300 บาท เดิมทีมองว่าเป็นภาระของผู้ประกอบการ แต่แท้จริงหากผู้ประกอบการไม่สามารถจ่ายได้ และผู้ประกอบการรายย่อยได้รับผลกระทบ รัฐบาลต้องใช้เงินไปอุ้มผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ประเด็นเงินเยียวยา 7 ล้านบาทเช่นกัน
"ต้องตอบคำถามให้ได้ว่านำเงินส่วนใด หากเป็นเงินแผ่นดินต้องตอบคำถามให้ได้ว่าจะเกิดผลกระทบหรือไม่ หากเกิดผลกระทบจะหาเงินมาเติมเต็มอย่างไร เช่น ขึ้นภาษีหรือไม่ หรือ ใช้วิธีการกู้เงินหรือไม่มีกฎหมายรอบรับหรือไม่ ไม่ใช่ว่าจ่ายไปแล้วไม่ถูกกฎหมาย ก็เรียกคืน รัฐบาลอย่าคิดว่าทำได้ไม่ผิดกฎหมาย ไม่งั้นคงไม่มีคดีหวย 2 ตัว 3 ตัว" นายวิษณุ กล่าว
นอกจากนี้ ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกเช่นกัน ที่รัฐต้องนำงบประมาณแผ่นดินไปดูแล ซึ่งโครงการนี้ถือว่ามีความเสี่ยง เนื่องจากราคาข้าวในตลาดไม่มีความแน่นอน ดังนั้นหวังว่านโยบายประชานิยมของรัฐบาล จะมีการต่อยอดเพื่อทำให้เกิดความยั่งยืนและแก้ไขปัญหา ซึ่งหากคิดแต่ในทางการเมืองอาจจะเกิดปัจจัยเสี่ยง สุดท้ายก็แก้ปัญหาแค่เฉพาะหน้า และรัฐบาลจะต้องเป็นผู้รับกรรมอันนั้น.







