
เลิกหนุนเด็กเส้น
การประท้วงอดอาหารเรียกร้องให้โรงเรียนและกระทรวงศึกษาธิการทบทวนนโยบายการรับนักเรียนเข้าเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของนักเรียนโรงเรียนบดินทรเดชานั้น เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหาเรื่องแป๊ะเจี๊ยะ ซึ่งกำลังทำลายระบบการศึกษาของประเทศ
การประท้วงอดอาหารเรียกร้องให้โรงเรียนและกระทรวงศึกษาธิการทบทวนนโยบายการรับนักเรียนเข้าเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของนักเรียนโรงเรียนบดินทรเดชานั้น เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหาเรื่องแป๊ะเจี๊ยะ ซึ่งกำลังทำลายระบบการศึกษาของประเทศ
นักเรียนกลุ่มนี้เชื่อว่าพวกเขาไม่ได้รับเลือกให้เรียนต่อในสถานศึกษาเดิม เพราะโรงเรียนและสมาคมครูและผู้ปกครองได้จัดสรรที่นั่งบางส่วนไปให้กลุ่มเด็กที่มีอภิสิทธิ์เหนือกว่า เพราะจ่ายเงินกินเปล่าหรือแป๊ะเจี๊ยะให้กับทางโรงเรียนและสมาคมฯ
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้โดยไม่ยากและควรจะมีการตั้งคณะกรรมการร่วมจากฝ่ายต่างๆ ไปพิสูจน์เรื่องนี้ เพื่อความโปร่งใสโดยด่วน แน่นอนว่าเด็กที่ผลการศึกษาไม่เข้าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ก็ต้องหาโรงเรียนอื่น แต่ถ้าผลการศึกษาเข้าเกณฑ์ก็ไม่มีเหตุผลอื่นที่ทางโรงเรียนจะปฏิเสธได้
จะว่าไปแล้ว เรื่องนี้เป็นผลมาจากการกำหนดนโยบายที่ไม่แน่ชัดเพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเองเป็นผู้เอ่ยปากว่า แป๊ะเจี๊ยะเป็นเงินบริจาคและให้โรงเรียนรับเงินบริจาคได้โดยจัดสรรห้องเรียนพิเศษเพิ่มเติม ขณะที่บางยุคมีนโยบายไม่ให้มีเด็กฝากและรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ
เรื่องนี้เป็นเรื่องนโยบายที่แปรเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย เมื่อแปรไปสู่ขั้นปฏิบัติก็มักถูกการเมืองเข้าแทรก ผู้มีอำนาจมักฝากเด็กเพื่อให้เด็กในระบบอุปถัมภ์ ไม่ว่าจะเป็นลูกของหัวคะแนน ลูกของเหล่าบริวารว่านเครือ หรือแม้กระทั่งญาติพี่น้อง ได้เข้าเรียนในโรงเรียนดีๆ ขณะเดียวกันโรงเรียนก็มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณการได้เงินนอกระบบมาช่วยพัฒนาโรงเรียนเลยเป็นทางออกที่สมประโยชน์
นั่นทำให้บางครั้งปริมาณเด็กฝากก็โป่งพองมากกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ตามนโยบาย จำนวนที่เกินเลยมาก็เป็นเรื่องหาประโยชน์ของผู้บริหารสถานศึกษาบ้าง นักการเมืองบ้าง ตามโอกาสจะเอื้ออำนวย
การลุกขึ้นมาทวงสิทธิโดยเปิดเผยว่า จำนวนเด็กฝากมากเกินจนเบียดบังคนที่ควรจะได้รับที่นั่งของเหล่านักเรียนชั้น ม.3 ของโรงเรียนบดินทรเดชานั้น จะว่าไปก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่เรียกร้องไม่อยากให้มีสองมาตรฐานในทางการเมืองการปกครองของประเทศนั่นเอง
น่าเสียดายว่ารัฐบาลที่มาจากการต่อสู้บนหลักการเช่นนี้กลับสนับสนุนให้มีสองมาตรฐานทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการไม่ควรจะแก้ไขปัญหานี้ โดยให้จบลงที่การสอบสวนผู้บริหารโรงเรียน หรือหาทางออกให้นักเรียนเพียง 20 คน เพราะมีผู้สละสิทธิแล้วที่นั่งว่างอยู่เพียงเท่านั้น หรือหาห้องเรียนให้นักเรียน 200 คน ตามที่เด็กเรียกร้องแต่ควรใช้กรณีนี้เป็นคานงัดเพื่อแก้ไขปัญหาสองมาตรฐานทางการศึกษา ก่อนที่มันจะทำลายระบบทั้งระบบ
นักเรียนกลุ่มนี้เป็นคนกล้าหาญและใช้วิธีการด้านสันติวิธีออกมาเรียกร้องให้สังคมและฝ่ายนโยบายได้ตระหนักถึงความเป็นธรรมทางการศึกษา เสียงพวกเขาเป็นเสียงของผู้เสียโอกาสจากทั่วประเทศในปีนี้และปีต่อไปที่ยังมาไม่ถึง เป็นเสียงที่ควรค่าแก่การรับฟัง ใส่ใจและแก้ไขในทันที







