posttoday
ปล่อยน้ำเพิ่ม 2พันล.ลบ.ม. แก้แล้งเม.ย.

ปล่อยน้ำเพิ่ม 2พันล.ลบ.ม. แก้แล้งเม.ย.

11 มีนาคม 2553

 

 

 

โพสต์ทูเดย์ — กฟผ. เตรียมปล่อยน้ำเพิ่มขึ้นอีก 2,000 ล้าน ลบ.ม. ห่วงเดือน มิ.ย.ฝนไม่ตก ปล่อยน้ำแค่กินใช้เท่านั้น หวั่นซึ่งพ.ค.มิ.ย. ปล่อยน้ำแค่อุปโภคบริโภค

นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ในช่วงเดือน มี.ค.–เม.ย.นี้ กฟผ.จะระบายน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนภูมิพลเพิ่มอีก 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา จากเดิมได้วางแผนการระบายน้ำจากทั้ง 2 เขื่อนนี้จำนวน 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) และจะมีการระบายเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2,000 ล้านลบ.ม. ทำให้ภายในสิ้นเดือน เม.ย.นี้ จะมีน้ำเหลือประมาณ 1,800 ล้าน ลบ.ม. เท่านั้น หากฝนมาไม่ปกติในช่วงเดือน พ.ค.มิ.ย. 2553 กฟผ.ต้องระบายน้ำได้แค่ 600 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะการอุปโภคบริโภคเท่านั้น

“หวังว่าเดือน พ.ค.มิ.ย.นี้ ฝนจะเริ่มมา ซึ่งหากแล้งมากจริงๆ อย่างช้าเดือน ก.ค. ก็ควรมีฝนแล้ว แต่เป็นห่วงว่าปีนี้จะแล้งกว่าเดิมหากใช้น้ำในเขื่อนจนเหลือปริมาณน้อย จะส่งผลให้ในปีหน้าปริมาณน้ำในเขื่อนอาจวิกฤตได้” นายสุทัศน์ กล่าว

ทั้งนี้ ยอมรับว่าช่วงฤดูร้อน 12 เดือนข้างหน้า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนทุกแห่งน้อยกว่าปีที่ผ่านมา คือมีปริมาณรวม 4.02 หมื่นล้าน ลบ.ม. หรือ 64.57% ของความจุอ่างทั้งหมด โดยน้ำในเขื่อนภาคเหนือ(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล) ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วงที่สุด มีปริมาณน้ำรวม 1.06 หมื่นล้านลบ.ม. หรือ 45.87% น้อยกว่าปีที่ผ่านมา 21.75%หรือ 2,963 ล้านลบ.ม.เนื่องจากปัญหาฝนทิ้งช่วง ซึ่งพบว่าขณะนี้มีพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้ว 29 จังหวัด

อย่างไรก็ตาม น้ำในเขื่อนที่ลดต่ำปีนี้ยังไม่รุนแรงเท่ากับช่วงแล้งของปี 2541 โดยขณะนี้กฟผ.ได้เตรียมพร้อมให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง โดยติดต่อได้ที่หน่วยงานกฟผ.ในพื้นที่ทั่วประเทศโดยเฉพาะเขื่อนต่างๆ ได้มีการจัดเตรียมรถบรรทุกน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภครวมกว่า 30 คัน แต่ทั้งนี้คงจะต้องขอความร่วมมือกับประชาชนทุกคนให้ใช้น้ำอย่างประหยัดเพราะฤดูฝนปีนี้อาจมีน้ำฝนไม่มากและอาจต้องเผชิญกับฤดูแล้งที่ยาวนานกว่าปกติก็ได้

นายสุทัศน์ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มปริมาณการใช้ไฟฟ้ายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเห็นได้จากการเกิดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) ทำลายสถิติปี 2552 ไปแล้ว 4 ครั้งภายในเดือนมี.ค.นี้ โดยเกิดขึ้นตั้งแต่ 2 มี.ค.อยู่ที่ 2.21 หมื่นเมกะวัตต์ 3 มี.ค. 2.24 หมื่นเมกะวัตต์ วันที่ 8 มี.ค. 2.25 หมื่นเมกะวัตต์ และวันที่ 9 มี.ค. 2.26 หมื่นเมกกะวัตต์ ซึ่งที่ผ่านมาการใช้ไฟพีคจะเป็นช่วงเม.ย.พ.ค. โดยจากที่กฟผ.คาดการณ์ไว้ว่าพีคสูงสุดจะอยู่ในเดือนเม.ย. ที่ระดับ 2.36 หมื่นเมกะวัตต์ แต่กฟผ.ได้เตรียมแผนการผลิตไว้รองรับทุกด้านแล้ว จึงยืนยันว่าจะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

สำหรับการใช้ไฟฟ้าเดือน ก.พ. มีปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม 1.23 ล้านหน่วย ปรับตัวสูงขึ้น 1,482 ล้านหน่วย หรือคิดเป็น 13.6% ซึ่งเป็นผลมาจากอากาศร้อนและเศรษฐกิจฟื้นตัวที่เริ่มอบอ้าวเร็วกว่าปกติ ละแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท