
“พาณิชย์” หารือผู้ผลิต-ร้านค้าวันนี้ สต็อกสินค้าให้พอขายช่วงม็อบแดง
น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า วันที่ 11 มี.ค.นี้ จะเชิญผู้ประกอบการ ผู้ผลิตสินค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) ซึ่งเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้ารายใหญ่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เข้าประชุมหาแนวทางดูแลการซื้อขายและราคาสินค้าในช่วงเกิดวิกฤตทางการเมือง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความตระหนก การกักตุนสินค้า หรือขายสินค้าเกินราคาจนทำให้ตลาดเกิดความปั่นป่วน โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต
“
สถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียดในขณะนี้ ทำให้ประชาชนวิตกในการดำเนินชีวิตประจำวัน ดังนั้นกระทรวงจึงออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อดูแลให้อยู่ในภาวะปกติ โดยจะประชุมขอความร่วมมือไปยังผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคให้ผลิตและนำสินค้าออกจำหน่ายตามปกติในช่วงการชุมนุม” น.ส.ชุติมา กล่าวพร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจถึงมาตรการกำกับดูแล เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนว่าจะมีสินค้าที่จำเป็นขั้นพื้นฐาน เช่น ข้าวสาร น้ำตาลทราย จะมีเพียงพอ ไม่เกิดการขาดแคลนแน่นอน
นอกจากนี้ กรมการค้าภายในได้ออกมาตรการกฎหมายเพิ่มเติม เพื่อรับมือการชุมนุมกลุ่มม็อบเสื้อแดงที่เริ่มชุมนุมระหว่างวันที่ 1214 มี.ค.นี้ โดยหากเกิดภาวะสินค้าขาดแคลนจะใช้มาตรการป้องกันการกักตุนสินค้าหรือครอบครองสินค้าเกินปริมาณที่กำหนด รวมถึงการสั่งห้ามยักย้ายข้าวจากสถานที่เก็บหรือเปลี่ยนแปลงสภาพข้าวเพื่อไม่ให้เกิดการกักตุน พร้อมทั้งประสานให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) บริหาร จัดหาดูแลสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น กระจายสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างทั่วถึง
น.ส.ชุติมา กล่าวว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ออกตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด ไม่ให้มีการฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบประชาชนผู้บริโภค หากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และประชาชนพบเห็นความไม่เป็นธรรมทางการค้าสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 และสำนักงานการค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งจะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบทันที
แหล่งข่าวจากบริษัท ซีพีออลล์ ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น กล่าวว่า ได้สั่งให้มีการเตรียมสต๊อกสินค้าเข้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น 35 สาขา ในพื้นที่การชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง บริเวณถนนราชดำเนินและพื้นที่โดยรอบ เนื่องจากเมื่อมีเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง จะมีผู้ชุมนุมและประชาชนเข้าใช้บริการร้านเซเว่นฯ ในพื้นที่จำนวนมาก จนบางครั้งสินค้าหมดร้าน
อย่างไรก็ตาม หากเกิดเหตุรุนแรงถึงขั้นก่อเหตุเผาบางสถานที่ใกล้ร้านเซเว่นฯ ได้สั่งให้ปิดร้านอย่างน้อย 3 วัน และเปิดบริการต่อหลังเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ
ทั้งนี้ ในส่วนของฝ่ายปฏิบัติการ บริษัทจะดำเนินมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอดช่วงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.นี้ ซึ่งเป็นไปตามแผนรักษาความปลอดภัยของบริษัทที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะในร้านเซเว่นฯ จำนวน 3536 สาขาที่มีพื้นที่ใกล้เคียงกับจุดชุมนุมในครั้งนี้
ส่วนของบริษัทจะยังดำเนินธุรกิจตามปกติ และติดตามความเคลื่อนไหวการชุมนุมครั้งนี้อย่างใกล้ชิดรวมถึงไม่มีแผนเพิ่มสินค้าอุปโภคบริโภคเข้ามาจำหน่ายในร้านเซเว่นฯแต่อย่างใด ด้วยปัจจุบันมีสินค้ารองรับตามปกติไม่ได้มีคำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มจากบริษัทผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์ แต่อย่างใดในช่วงนี้ ด้วยมองว่าในภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวในขณะนี้ เชื่อว่าผู้บริโภคไม่มีกำลังซื้อสูงพอที่จะซื้อสินค้าแต่ละครั้งเป็นจำนวนมากเพื่อกักตุนสินค้าไว้ที่บ้าน
“บริษัทไม่มีแผนสต๊อกสินค้า หรือเพิ่มบริการพิเศษให้กับลูกค้า ด้วยร้านเซเว่นฯ ก็เหมือนกับร้านค้าขายของทั่วไปที่ยังเปิดให้บริการตามปกติ โดยเฉพาะการจำหน่ายสินค้าอาหารพร้อมทานที่เพิ่มความสะดวกให้กับผู้บริโภค ซึ่งบริษัทจะติดตามความเคลื่อนไหวการชุมนุมฯอย่างใกล้ชิด******* “กรณ์” ส่งท้ายมาตรการลดภาษีอสังหาฯ สั่งเปิดทำการ เสาร์ – อาทิตย์บีโอไอ ปรับสิทธิประโยชน์ กระตุ้น บ.ตปท.ใช้จ่าย VAT นำมาลดหย่อนภาษีนิติบุคคลนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่าได้หารือกับกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ได้ข้อสรุปว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 28 มี.ค. ช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ ให้เปิดทำการตามมาตรการการการลดภาษีธุรกิจเฉพาะ และการลดค่าธรรมเนียมโอน และจดจำนอง ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ 0.11%
นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่าผลที่ประชุมคณะกรรมการการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอว่า ที่ประชุมบีโอไอ เห็นชอบการปรับปรุงสิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนเปิดกิจการในประเทศไทย ในการแก้ไขเงื่อนไขจากเดิมให้จัดตั้งสาขา 3 แห่ง ภายใน 1 ปี ผ่อนปรนเป็น 3 แห่งภายใน 5 ปี
ทั้งนี้พร้อมกับยกเลิกข้อกำหนดรายได้จากต่างประเทศ 50% จึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีนิติบุคคล 10% ตลอดไป เปลี่ยนเป็นยกเว้นภาษีนิติบุคคล 15 ปี โดยบริษัทต้องมีค่าใช้จ่ายในประเทศปีละ 15 ล้านบาทต่อปี หรือ 150 ล้านบาทต่อ 15 ปี จึงจะได้รับการลดหย่อนภาษี
“
แม้ว่าภาครัฐอาจจะสูญเสียภาษีนิติบุคคลบางส่วน แต่จะไปช่วยกระตุ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT แทนได้ ถือเป็นการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศด้วย” ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวนายสถิต กล่าวต่อว่า บริษัทต่างชาติต้องมีเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงทำงานในประเทศด้วย เหตุผลเพื่อป้องกันบริษัทกระดาษที่ไม่มีตัวตนเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะมีการจัดตั้งสาขาในประเทศเพิ่มมากขึ้น จากเดิมมีอยู่เพียง 8090 แห่ง แม้ว่ามาตรการเดิมนั้นดำเนินการมาแล้ว 8 ปีก็ตาม
************แอตต้า เผย ตปท.แห่ถอดตัวเที่ยวไทย
นายอภิชาติ สังฆอารี ที่ปรึกษาสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) เปิดเผยว่า ขณะนี้นักท่องเที่ยวที่ได้มีการจองแพ็คเก็จเที่ยวไทย มีการเลื่อนกำหนดการออกไปอีก 2 สัปดาห์ หรือ จนกว่าจะได้รับความชัดเจนและความเชื่อมั่นจากการนัดชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง แต่ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ แต่ในส่วนของตลาดธุรกิจการจัดประชุม การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การแสดงสินค้าและนิทรรศการนานาชาติ (Meeting Incentive Convention and Exhibition : MICE) เป็นหนึ่งในธุรกิจด้านการท่องเที่ยวที่ทำรายได้เข้าประเทศในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก หรือ ตลาดไมซ์ จากจีน และญี่ปุ่นได้ยกเลิกการเดินทางมาไทยแล้ว ซึ่งคาดว่าจะทำให้ไทยสูญเสียรายได้ จากตลาดไมซ์ในช่วงที่มีการนัดชุมนุมมากกว่า 1 พันล้านบาท
ทั้งนี้หากรัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ไม่ใช้เกิดปัญหาปานปลาย และไม่มีความวุ่นวายทางการเมือง คาดรายได้จากการท่องเที่ยวในเดือนมี.ค.น่าจะมีปริมาณนักท่องเที่ยวเหลืออยู่ในไทยประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งไม่ต่ำกว่าปี
’52 เพราะในปีก่อนช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่กำลังมีการฟื้นฟูการท่องเที่ยวหลังสถานการณ์ปิดสนามบินของกลุ่มเสื้อเหลือง เมื่อปลายปี ’51 ล่าสุดยอดนักท่องเที่ยวเดือนม.ค.ก.พ.มียอดนักท่องเที่ยวจำนวน ประมาณ 1.41.5 ล้านคนเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 78% แต่นั่นเป็นสถานการณ์หลังปิดสนามบินที่ยอดนักท่องเที่ยวหดตัวอย่างมาก แต่เพิ่มขึ้น 9% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปี’51อย่างไรก็ตามเมื่อรัฐบาลมีการประกาศพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ความมั่นคง ครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว และภาคเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพราะ เป็นการแสดงให้เห็นถึงมาตรการที่รัฐบาลจะมีการควบคุมการชุมนุมไม่ให้ลุกลามออกไป รวมถึงการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่มีการเดินทางไปประเทศออสเตรเลีย ถือเป็นการสร้างกำลังใจให้คนไทยว่า หัวหน้ารัฐบาลไม่ได้ทิ้ง คงอยู่ดูแลสถานการณ์อยู่ที่เมืองไทย







